IMG_5106
       ท่ามกลางความวุ่นวายในแต่ละวัน บวกกับอากาศของกรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าฤดูไหนก็ร้อนอบอ้าวเหลือเกิน เจ๊ไม่ไหวจะเคลียร์ แต่เวลาเพลียๆ แบบนี้ เจ๊ก็ได้ค้นพบ 5 ค่าเฟ่สุดเก๋ท่ามกลางสวนสวยสุดร่มรื่น สามารถนั่งชิลล์พร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรด อร่อยกับอาหารและขนมมากมาย ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นของต้นไม้ในฤดูฝน (แม้อากาศจะร้อนอยู่ก็เถอะ) แต่หลังจากเจ๊ได้ไปเพิ่มปริมาณแคลอรี่มาแบบเต็มพิกัดแล้ว เจ๊คอนเฟิร์มว่า 5 คาเฟ่นี้ จะช่วยชาร์จพลังให้เราได้แบบเต็มอิ่มแน่นอน


 
Flowerpot

Flowerpot cafe
 
       “คาเฟ่ในสวนต้นไม้ เค้กไอเดียจากธรรมชาติ” คือคำแนะนำตัวเองสั้นๆ ของ Flowerpot café แห่งนี้ ซึ่งเจ๊ก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะนับแต่ก้าวแรกเข้ามาในร้านก็เหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งที่แสนร่มรื่น เพราะถูกโอบล้อมด้วยเหล่าต้นไม้นานาพันธุ์ มองแล้วสดชื่นถูกใจเจ๊จริงๆ มีสองโซนให้เลือกนั่ง คือ คือโซนด้านในร้านที่ตกแต่งด้วยอิฐสีขาวและไม้สีเหลืองดูอบอุ่นดี มีขนม เค้กต่างๆ วางโชว์อยู่ เห็นแล้วชวนน้ำลายสอนักล่ะ ด้านในร้านเปิดแอร์เย็นสบายๆ แต่เจ๊เลือกนั่งโซนด้านนอกที่เย็นสบายไม่แพ้กันเพราะต้นไม้ร่มรื่นจริงๆ แถบมีมุมน่ารักๆ ให้ถ่ายรูปอวดชาวโซเซียลอีกตะหาก ในส่วนของเครื่องดื่มและของหวานนั้นก็มีให้เลือกหลากหลาย ใครชื่นชอบกาแฟ ลาเตร้อนๆ หอมกลิ่นกาแฟ รับรองถูกใจแน่นอน ส่วนสายหวานต้องไม่พลาดเมนูใหม่ของร้านที่สีสันแสนสดใส เรนโบว์มิ้ลกี้ยูนิคอร์น นมสดหวานกำลังดี เทสลับสีเป็นชั้นๆ ตกแต่งด้วยโคนไอติมและมาชเมลโลให้เหมือนยูนิคอร์น สีสันน่ารักและอร่อยไม่แพ้หน้าตา ส่วนคนชอบเค้กลอง Mixed berry mousse ที่เนื้อเค้กนุ่มถูกใจเจ๊เป็นที่สุด แต่หากใครต้องการรีเฟรชแบบทันทีทันใด แดงมะนาวโซดา จะทำให้ซ่าไปถึงลำไส้เลยทีเดียว นี้แค่ตัวอย่างเป็นน้ำจิ้มเท่านั้น ที่ร้าน Flowerpot Cafe ก็ยังมีเมนูขนมอื่นๆ ที่หน้าตาน่าทานให้เลือกอีกมากมาย เช่น คัพเค้ก บราวนี่ ช็อกบอล ทาร์ต พันนาคอตต้า แยมโรล แซนด์วิช และขนมปังปิ้ง เรียกได้ว่าเป็นคาเฟ่สำหรับคนรักขนมจริงๆ มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน เจ๊คอนเฟิร์ม
 
Flowerpot Cafe
ซอยรามคำแหง 21 แยก 10 ตรงข้ามสถาบันรัชต์ภาคย์
เปิดบริการ วันอังคาร – ศุกร์ เวลา 08.00 – 18.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.30 – 18.30 น. หยุดวันจันทร์
โทร. 09 9469 5916
www.facebook.com/Flowerpotcafe


 
Hey-Coffee

Hey! 53 Coffee & Kitchen @พระราม 9
 
       Hey! 53 Coffee & Kitchen คาเฟ่ตู้คอนเทนเนอร์สุดชิค ตกแต่งในแบบ Loft in The Garden ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองหนีควันรถ ควันถนน คนแออัดได้เป็นอย่างดี ตัวร้านเพิ่มความกว้างและความสว่างไสวด้วยกระจกโดยรอบ และตั้งอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ ให้ร่มเงาเพิ่มความเย็นสบายและสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย ช่วยตัดความแข็งของตัวร้านตู้คอนเทนเนอร์ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าดีไซน์ได้ถูกใจเจ๊อย่างยิ่ง ที่นี่มีบริการทั้ง อาหารทั้งไทย ฝรั่ง ขนมและเครื่องดื่ม ซึ่งมีเมนูให้เลือกอิ่มอร่อยเยอะมากๆ จนเลือกจิ้มสั่งไม่ถูกเลยทีเดียว สุดท้ายเจ๊ลอง Hey Coffee ที่ทางร้านเขาการันตีว่าเป็น Specialty Beans ที่คัดเมล็ดที่ดีที่สุด คั่วให้ได้ character ที่แปลกใหม่และกลมกล่อมตามแบบฉบับ Hey Coffee ซึ่งก็เข้มข้นกลมกล่อมสมคำร่ำลือ ใครไม่ดื่มกาแฟลอง Matcha Green Tea รับรองว่าต้องว้าวแน่นอน ส่วนอาหารที่นี่ก็รสชาติอร่อยไม่น้อยหน้าเมนูเครื่องดื่ม เจ๊ลอง พล่าแซลม่อน แล้วขอบอกเลยว่า ฟินหนักมาก จะมาแค่นั่งชิลล์ๆ จิบเครื่องดื่มแก้วโปรด หรือจัดมื้อหนัก เจ๊ฟันธงเลย ลองแล้วจะรักร้านนี้
 
Hey! 53 Coffee & Kitchen @พระราม 9
ถนนพระราม 9 ซอย 53 (หัวมุมปากซอย)
โทร. 08 0274 4736
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09:00 – 21:00 น.
www.facebook.com/HeyCoffee


 
Small-talk

Small Talk Cafe & Hangout
 
       อีกหนึ่งคาเฟ่ในสวนสวยที่เจ๊ชื่นชอบ ดัดแปลงมาจากอู่ซ่อมรถเก่า แล้วตกแต่งในสไตล์ Loft ผสมกับ Vintage ตัวร้านสร้างด้วยอิฐและปูนเปลือยให้อารมณ์ดิบๆ แต่ภายในร้านเต็มไปด้วยของน่ารักกุ๊กกิ๊ก เช่น รูปปั้น ขวดโหล ต้นกระบองเพชร ดอกไม้แห้ง กล้องเก่า เรียกได้ว่าลงตัวสุดๆ จะนั่งภายในร้านเสพอารมณ์หวานๆ วินเทจ หรือนั่งชิลล์ๆ รับลมเย็นๆ ภายใต้ความร่มรื่นของเหล่าแมกไม้ก็เข้าทีไม่แพ้กัน นอกจากบรรยากาศแล้ว ทั้งอาหารและเครื่องดื่มของที่นี้ ซึ่งเน้นเป็นอาหารจานเดียวสไตล์ฟิวชั่นแบบง่าย ๆ ก็เอาใจเจ๊ไปเลยทั้งดวง เพราะรสชาติถูกใจเจ๊อย่างมาก โดยเฉพาะ สปาเก็ตตี้ผัดกระเทียมเบค่อนไข่กุ้ง จานนี้ที่เส้นสปาเก็ตตี้เหนียวนุ่มและรสเผ็ดแซ่บกำลังดี ส่วนใครอยากแซ่บขั้นกว่า ต้องจานนี้เลย ข้าวคอหมูย่างน้ำจิ้มแจ่ว ที่หมูนุ่มมากและน้ำจิ้มก็แซ่บมากเช่นกัน ส่วนเครื่องดื่มก็ไม่ทำให้เจ๊ผิดหวัง ลาเต้เย็นแก้วใหญ่หอมกรุ่นกาแฟกำลังดี และ ช็อคโกแลตเย็นที่รสช็อคโกแลตเข้มข้นสุดๆ แต่ที่สุดของเครื่องดื่มของเจ๊ ต้องยกให้แก้วนี้เลย Thai Tea Cube เสิร์ฟมาเก๋ๆ ด้วยชาเข้มข้นที่ถูกแช่เป็นน้ำแข็งก้อนสี่เหลี่ยม พร้อมด้วยนมสดฟองนุ่มและไซรัป กดไลค์ให้รัวๆ เลยทีเดียว ใครกำลังมองหาร้านพูดคุยกันหรือแฮงค์เอาต์กันเบาๆ จูงมือกันมาร้านนี้ได้เลย รับรองว่าความอิ่มอร่อยความสุขไม่เล็กตามชื่อร้านแน่นอน
 
Small Talk Cafe & Hangout
ซอยบางนา-ตราด 21 เข้าซอยราว 50 เมตร ร้านอยู่ขวามือ
เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 -24.00 น. (ตอนค่ำมีดนตรีสดด้วย)
โทร 09 8985 9822
www.facebook.com/smalltalkcafe.bkk


 
The-66

The 66 Cottage
 
       บนถนนสุขุมวิทที่แสนวุ่นวาย มีคาเฟ่สไตล์ English Cottage ที่เจ๊เห็นแล้วตกหลุมรักเลยทันใด เพราะภายในร้านร่มรื่นด้วยสวนสวย ประดับตกแต่งด้วยต้นไม้หลายสายพันธุ์ มีลานน้ำพุเพิ่มความสดชื่นสบายตา เรียกได้เลยว่าที่นี่คือสวนหย่อมขนาดกำลังพอดี ที่เหมาะนักอย่างที่สุดที่จะพาตัวเองมาหามุมผ่อนคลาย นั่งจิบชา กาแฟ และอร่อยกับขนมโฮมเมดแบบชิลล์ๆ คนรักกาแฟต้องลองเมนูนี้เลย Sweet Potato Coffee กาแฟผสมมันม่วง ตอนสั่งก็นึกไม่ออกว่าจะรสชาติจะออกมายังไง แต่ลองจิบแล้ว อื้อหือ เอาไปเลยห้าดาว ส่วนคนชอบเค้กต้องไม่พลาด Orange Cake เค้กที่ได้ลิ้มรสส้มแบบเต็มๆ และเค้กนุ่มๆ ปิดท้ายที่ Chocolate Lava with Ice Cream เค้กลาวาทานคู่กับไอศกรีมวานิลลา เสิร์ฟมาพร้อมวิปปิ้งครีม ถูกใจเจ๊อีกแล้ว นอกจากเครื่องดื่มและเค้กต่างๆ แล้ว The 66 Cottage ยังมีมุมเก๋ๆ ร่มรื่นๆ ให้ถ่ายรูปเล่นอีกเพียบ หากใครต้องการเติมความรื่นรมย์ท่ามกลางธรรมชาติสวยๆ คาเฟ่แห่งนี้คือคือตอบ
 
The 66 Cottage
ซอยสุขุมวิท 66 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม.
เปิดบริการ : วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 10.00 – 19.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 19.00 น. (ปิดวันจันทร์)
โทร : 08 6895 0202
www.facebook.com/The66Cottage


 
Patom

Patom Organic Living
 
       ใครเลยจะคิดว่าใจกลางทองหล่อ จะมีออร์แกนิกคาเฟ่สุดร่มรื่นซ่อนตัวอยู่ ตัวร้านนั้นเป็นอาคารกลาสเฮาส์ดีไซน์เรียบง่ายแต่ดูเก๋ไก๋ ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยแสงธรรมชาติจากด้านนอกที่ส่องเข้ามา ที่สำคัญยังสบายตา เพราะมองเห็นวิวสวนที่โอบล้อมอยู่โดยรอบร้าน คาเฟ่แห่งนี้เน้นความเป็น Organic Living เพราะฉะนั้นเมนูทั้งอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ จึงเน้นไปทางเมนูสุขภาพ ด้วยวัตถุดิบออร์แกนิคมาตรฐานสากลจากกลุ่มเกษตรกรในมูลนิธิสังคมสุขใจ จากอำเภอสามพราน นครปฐม แถมรายได้ส่วนหนึ่งจากทางร้านยังนำไปมอบให้กับมูลนิธิสังคมสุขใจอีกด้วย เจ๊นี่ตบมือให้รัวๆ เลย ส่วนการสั่งอาหารของที่นี่จะเป็นแบบ Self-service คืออยากกินอะไรก็บริการตัวเองเลย โดยให้เราไปเดินเลือกอาหารที่ชอบ ทั้งขนมไทย เค้กโฮมเมด รวมถึงปิ่นโตกับข้าวที่จัดวางโชว์อยู่ แล้วมาสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์พร้อมกับจ่ายเงินด้วย อ่อ ที่นี่เขาไม่หลอดให้นะ แต่เขาใช้เป็นผักบุ้งก้านใหญ่ตัดเป็นหลอดให้แทน ไอเดียเก๋ได้อีก นอกจากนี้ภายในร้านยังมีจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ ทั้ง สบู่ ยาสระผม ลิปบาล์ม และยาดม ให้ได้เลือกช้อปกันอีกด้วย เรียกว่าอิ่มอร่อยสุขภาพดีแล้ว ยังช้อปรอย่อยได้เลยทันที มาที่นี่ครบเลยจริงๆ
 
Patom Organic Living
สุขุมวิท 49 แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
เปิดบริการ : วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.30 – 18.00 น.
โทร. 0 2084 8649
www.facebook.com/patom.organics


  

  • สนใจติดต่อลงโฆษณา

    สนใจติดต่อลงโฆษณาได้ที่ myhappyoffice.com@gmail.com โทรศัพท์ (Tel) : 0 85835 0165

ออฟฟิศนี้...ไม่มีเรื่องเครียด :) กด "LIKE" เป็นพนักงานเลย!!