_MG_7293

บนถนนธนบุรี – ปากท่อ เส้นทางที่ทอดยาวไกลสู่ภาคใต้ของเมืองไทย มีเส้นทางเล็กๆ เลียบเลาะชายทะเลลัดจากจังหวัดสมุทรสงครามไปสู่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เส้นทางลัดนี้คือ ถนนสายคลองโคน – ชะอำ ส่วนหนึ่งของโครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งทะเลที่ลัดเลาะซอกแซกไปตามชายฝั่งรูปอ่าวตัว ก. เชื่อมต่อจากสมุทรสงครามไปเพชรบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่คนเดินทางไปภาคใต้มักใช้เลี่ยงถนนสายหลักกันเป็นประจำ ถนนเส้นนี้จากเดิมที่เคยเปลี่ยวเหงา มาวันนี้กลับคึกคักขึ้นมาก สังเกตได้จากร้านค้าริมทางที่ผุดขึ้นเรียงรายจนกลายเป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมขณะนี้ บอกกันตามตรงว่าเส้นทางสายนี้ร้อนแล้งแห้งเหี่ยวในยามปลายฤดูร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่ร้อนมากกว่าทุกๆ ปี แต่ในความร้อนแล้งแห้งเหี่ยวนั้น ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจ เพราะเป็นช่วงเวลาดีที่สุดที่จะได้เห็นภาพวิถีชีวิตของชาวบ้านในย่านนี้
 
ถนนสายแคบๆ ที่วิ่งได้เพียง 2 เลน สวนกันไปมาทอดผ่านบ่อเลี้ยงกุ้งและป่าชายเลนอันเสื่อมโทรม มีร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากท้องทะเลจำพวกกะปิซึ่งเป็นสินค้าเลื่องชื่อในแถบนี้ รวมทั้งหอยนางรม หมึกแห้ง ปลาเค็ม และรังนกนางแอ่นด้วย ซึ่งในย่านอำเภอบ้านแหลมนี้เป็นแหล่งอาศัยของนกนางแอ่น สำหรับร้านอาหารทะเลก็มีให้เลือกทานมากมาย โดยเฉพาะที่แหลมเหลว มีร้านดังติดริมปากคลองให้นั่งชมวิวชิมอาหารทะเลรสจัดจ้านแบบเพลินตาสบายท้อง
 
_MG_7221

_MG_7380

สำหรับคนขาแรงใจเกินร้อย ถนนสายนี้ก็เหมาะอย่างยิ่งในการปั่นจักรยานท่องเที่ยว แต่ขอแนะนำให้ขี่ในช่วงเช้าและช่วงบ่ายๆ ไปเลยจะดีกว่า เพราะอากาศไม่ร้อนมาก แสงสวยๆ ลมเย็นๆ ยังพอมีให้ได้ไล้ผิวกาย แต่การปั่นจักรยานควรระมัดระวังให้มาก เนื่องจากถนนมีเพียง 2 เลน แถมไหล่ทางยังไม่ค่อยจะมีอีกด้วย จึงควรปั่นแบบเรียงเดี่ยวดีที่สุด
 
_MG_7223

ด้วยความที่เป็นถนนโครงข่ายเลาะชายฝั่งคล้ายกับถนนเฉลิมบูรพาชลทิตทางฝั่งระยอง – จันทบุรี ซึ่งเป็นถนนท่องเที่ยว จึงมีจุดให้แวะชมวิว พร้อมมีข้อมูลความรู้ ณ ตรงจุดนั้นๆ เป็นป้ายสื่อความหมายที่ช่วยให้เราเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าเรากำลังชมอะไรอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องดีต่อนักท่องเที่ยวที่จะได้ทั้งความงามและความรู้ติดตัวกลับไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่ามาเที่ยวที่บางตะบูน บ้านแหลม นี้ดีอย่างไร
 
_MG_7360-Edit

ยามเช้าที่บางตะบูน

หลายครั้งที่ผมผ่านมาแถวปากแม่น้ำบางตะบูน ข้ามสะพานเฉลิมพระเกียรติตรงปากอ่าวบางตะบูนทีไร ผมจะตื่นเต้นกับภาพทิวทัศน์ที่แปลกตาทุกครั้ง เพราะจะมีกระเตงเฝ้าหอยของชาวบ้านมากมายเรียงรายอยู่ตรงปากอ่าว ทุกครั้งที่มาก็มักจะนึกถึงบริเวณนี้อยู่เสมอ “ในช่วงบ่ายคิดว่างามตาแล้ว แต่ยามเช้างดงามกว่าหลายเท่า” คือคำกล่าวที่ต้องมาสัมผัสความงามนั้นด้วยตัวเอง
 
_MG_7400

บริเวณเชิงสะพานฝั่งวัดบางตะบูนจะมีร้านสะดวกซื้อตั้งอยู่ แถบนั้นจะมีที่จอดรถริมแม่น้ำอันกว้างใหญ่ และมีสะพานเล็กๆ สร้างเลียบเลาะป่าชายเลนมุ่งหน้าตรงสู่ปากอ่าว แสงสีเหลืองทองสาดส่องท้องทะเลเป็นประกายระยิบระยับ มีแนวไม้ไผ่ปักแสดงอาณาเขตพื้นที่เลี้ยงหอยของชาวบ้าน บริเวณตรงกลางของแต่ละที่จะมีกระเตง หรือกระท่อมหลังน้อยตั้งอยู่ เรือหางยาวลำเล็กแล่นแหวกสายน้ำกระเซ็นต้องแสงอาทิตย์สะท้อนเป็นประกายงามตา ด้านข้างของสะพานมีแนวป่าโกงกางผืนใหญ่ ลูกหลานหนุมานเริ่มเยื้องย่างกายออกจากป่าเดินตรงมาที่สะพานเหมือนเช่นทุกวัน ชีวิตเริ่มหากินกันตั้งแต่รุ่งอรุณ บางตัวเดินไปตามรากหายใจของต้นโกงกาง แล้วหยิบจับปูแสมขึ้นมาใส่ปากอย่างรวดเร็ว ชีวิตลิงกับชีวิตคนช่างไม่แตกต่างกันเลยจริงๆ
 
บรรยากาศยามเช้านั้นช่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ของเรือหางยาว เสียงนก และเสียงลมหายใจตัวเองที่ได้ยิน เป็นความเงียบงันที่ปลอบประโลมจิตใจได้ดียิ่ง บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ ผมปล่อยให้เวลาเดินไปอย่างช้าๆ ยืนฟังเสียงสรรพสิ่งและสัมผัสกับสายลมเย็นๆ เมื่อแสงแดดอุ่นเริ่มร้อนแรงขึ้นทุกขณะ ผมจากลาทิวทัศน์ปากอ่าวบางตะบูนไปอย่างช้าๆ เดินทางต่อไปยังบ้านบางขุนไทร จุดหมายที่ตั้งใจ โดยอย่างไม่เร่งร้อน
 
_MG_7424

บนเส้นทางสีขาวที่บางขุนไทร

อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่าช่วงปลายฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาดีที่สุดของการมาเยือนสถานที่แห่งนี้ เพราะเป็นเวลาทองในการทำนาเกลือของชาวบ้านบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งในย่านบางขุนไทรนี้เท่าที่เห็นดูจะมีการทำนาเกลือมากที่สุด อีกทั้งจังหวัดเพชรบุรียังเป็นจังหวัดที่มีการทำนาเกลือสมุทรมากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย
 
_MG_7494

ผืนแผ่นดินริมสองข้างทางที่มีคันดินกั้นแปลงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ากระจายตัวไปทั่วสุดสายตา ภูมิปัญญาของคนโบราณที่สั่งสมตกผลึกเหมือนเช่นเกลือสีขาว คืออาชีพที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นและมีองค์ความรู้ซ่อนอยู่มากเกินกว่าที่คนเมืองอย่างเราคาดคิด กว่าจะได้เป็นเกลือสมุทรสีขาวๆ ที่เราคุ้นเคยนั้น จะต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอนและต้องรอคอยจังหวะเวลาของธรรมชาติมากมาย ซึ่งเป็นงานที่ไม่ง่ายเลยกว่าที่น้ำทะเลรสเค็มจะตกผลึกเป็นเม็ดเกลือสีขาวใสให้เราได้ใช้เช่นทุกวันนี้
 
ผลึกเกลือสีขาวๆ ถูกกอบขึ้นมาเป็นกองเรียงรายอยู่เป็นทิวแถว แต่กว่าจะมาเป็นกองเกลือเหล่านี้ได้จะต้องผ่านกรรมวิธีการผลิตหลายขั้นตอน เริ่มจากขังน้ำทะเลให้สิ่งสกปรกตกตะกอนจนเป็นน้ำทะเลใสๆ เสียก่อน จึงจะปล่อยน้ำไหลเข้าสู่นาตาก เพื่อให้แสงแดดและสายลมพัดพาน้ำทะเลระเหยออกไปจนได้ความเข้มข้นระดับหนึ่งค่อยปล่อยน้ำไหลเข้าสู่นาเชื้อ เพื่อเพิ่มความเข้มข้น แต่ยังไม่ตกผลึกเป็นเม็ดเกลือ เมื่อเข้มข้นได้ที่จึงปล่อยน้ำเกลือไปสู่นาปลง เพื่อรอให้เกลือกตกผลึกเต็มที่ แล้วค่อยๆ รุนแผ่นเกลือให้ผลึกแตกตัวเป็นเม็ด นำไปกอบรวมกันเป็นกองพูนนับร้อยนับพันกองอย่างที่เห็น
 
_MG_7247

_MG_7260

หัวใจสำคัญของการทำนาเกลืออยู่ที่คนเดินน้ำ ซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจวัดความเข้มข้นของน้ำเกลือว่าถึงจุดที่ต้องปล่อยลงสู่นาแต่ละขั้นหรือยัง ซึ่งเป็นความรู้ที่ไม่มีโรงเรียนใดสอน แต่มีการถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น เกลือแกง หรือเกลือสมุทร มีช่วงระยะเวลาในการทำตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงพฤษภาคม ก่อนที่ฝนจะตกลงมาเท่านั้น ยามใดที่ฝนตก น้ำเกลือจะลดความเข้มข้นลง ซึ่งก็จะต้องเริ่มต้นกันใหม่ทั้งระบบ หรือถ้าเจอฝนหลงฤดูในขณะที่เก็บกองเกลือ เกลือสีขาวๆ จะกลายเป็นเกลือสีดำ หมดราคากันเลยเชียว จึงไม่แปลกที่ในช่วงฤดูร้อนแล้งแบบนี้ ชาวนาเกลือจึงยิ้มร่ากันถ้วนทั่ว เพราะได้เกลือสมุทรคุณภาพดี
 
การทำนาเกลือถือเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนมากที่สุด เพราะเมื่อถึงเวลาเก็บเกลือจะต้องมีแรงงานเข้ามาช่วยกันกอบ เก็บ หาบ และเทเกลือ มากมายนับสิบ ยามเช้าที่อากาศไม่ร้อนจะมีคนงานขี่มอเตอร์ไซค์ พร้อมด้วยเครื่องมือส่วนตัว ทั้งบุ้งกี๋และไม้คราด มาชุมนุมกันที่นาเกลือ แต่ละคนสวมชุดจัดเต็มที่ปิดหน้าตาทั้งหมด มีเสียงหัวเราะพูดคุยกันดังลั่นทุ่งนาเกลืออยู่เป็นระยะ การหาบเกลือนับเป็นงานอันหนักอึ้ง เพราะเกลือที่บรรทุกอยู่เต็มบุ้งกี๋ทั้งสองข้างมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 40-50 กิโลกรัม แถมยังต้องหาบเดินในเส้นทางยาวไกลนับร้อยเมตรอีกด้วย ชีวิตไม่มีง่ายเลยเมื่อมาอยู่ท่ามกลางกองเกลืออันร้อนระอุที่ทั้งเค็มและกัดมือเท้าเช่นนี้ แต่ทุกคนยังคงหาบเกลือมิได้หยุด เมื่อนำเกลือสมุทรมากองใส่ยุ้งฉาง หรือวางกองริมทางแล้ว ก็ถึงเวลาขนใส่รถบรรทุกนำไปสู่โรงงานอุตสาหกรรมอาหารคนและอาหารสัตว์ เพื่อนำไปเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น น้ำปลา ซอส หัวไชโป๊ ฯลฯ
 
จากความสวยงามของภาพกองเกลือที่ถ่ายทอดลงในภาพถ่าย ถ้าคุณได้มาสัมผัสด้วยตนเองจะรู้ลึกซึ้งมากกว่าที่คิด เรียกได้ว่าเส้นทางเกลือสายนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

 

_MG_7609

ถนนสายลัดเส้นนี้พาผมผ่านมายังตัวอำเภอบ้านแหลม แหล่งอาศัยของนกนางแอ่นที่มีกลุ่มคอนโดและตึกสูงจัดสร้างให้เป็นบ้านนกมากมาย รวมทั้งร้านจำหน่ายรังนก และจากบ้านแหลมผ่านไปที่หาดเจ้าสำราญ สถานที่ตากอากาศซึ่งเป็นที่นิยมมาแต่โบราณ จากจุดนี้เราสามารถตรงเข้าไปชมงานปูนปั้นที่วัดมหาธาตุวรวิหารกลางเมืองเพชรบุรีได้ไม่ไกลกันนัก จากหาดเจ้าสำราญถนนยังคงเลาะเลียบทะเลผ่านหาดปึกเตียนที่มีนางยักษ์ยืนรอพระอภัยมณีอยู่ริมทะเล ถ้าย้อนหลังไปสัก 5 ปีที่แล้ว หาดปึกเตียนอยู่ในขั้นเงียบเหงามาก แต่มาวันนี้มีที่พักเกิดขึ้นมากมาย เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าชายทะเลแถบนี้กำลังจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
 
_MG_7287

_MG_7301

_MG_7306

ก่อนจะถึงชายหาดชะอำทางด้านทิศเหนือ อยากให้แวะเข้าไปที่ สะพานหิน – สะพานยก หรือที่เรียกกันว่า สะพานปูชัก ที่นี่เป็นตลาดขายอาหารทะเลอันเลื่องชื่อของชะอำและเป็นจุดจอดเรืออวนปูของชาวบ้าน เราจะได้เห็นวิถีชีวิตชาวเรืออวนปู แม้ค้าขายปูม้าที่นี่เขาจะเอาปูเป็นๆ ใส่ถุงตาข่ายผูกแช่ไว้ในน้ำ เมื่อลูกค้าจะซื้อก็ชักขึ้นมาขาย จึงเป็นที่มาของชื่อสะพานปูชัก สำหรับท่านใดที่อยากลิ้มลองอาหารทะเลสดๆ ลองแวะเวียนเข้าไปเช็คราคากันก่อน เพราะช่วงหลังๆ ราคาแพงไม่ต่างไปจากที่อื่น เผลอๆ ถ้าซื้อที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชะอำอาจได้ของถูกกว่าในความสดที่ใกล้เคียงกัน ชายหาดชะอำในวันนี้คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวไม่ต่างไปจากชายหาดบางแสน ใครที่อยากมาเที่ยวหาดชะอำอย่ามาในช่วงวันหยุดยาวๆ จะเป็นการดีที่สุด


 

การเดินทาง

จากถนนพระราม 2 มุ่งหน้าลงใต้ ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ใกล้ถึงจะมีป้ายบอกทางลัดไปชะอำ ตรงปากทางมีปั๊มน้ำมัน ปตท. ขนาดใหญ่ทางซ้ายมือ ถนนจะอยู่ถัดจากปั๊มไปสัก 10–20 เมตร เลี้ยวซ้าย มีป้ายบอกทางตลอด ถ้าจะไปคลองโคนมีป้ายบอกทางเลี้ยวซ้าย แต่ถ้าไปชะอำให้ตรงไป ถนนช่วงแรกจะไม่เลียบทะเล แต่เมื่อข้ามสะพานปากอ่าวบางตะบูนไปแล้วจะเลียบทะเลเป็นส่วนใหญ่ เส้นทางสายนี้สามารถแวะเข้าตัวเมืองเพชรบุรีได้และมีจุดแวะเที่ยวตลอดรายทางเหมาะมากกับการเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน

 
 
ที่มา: Voyage Travel & Lifestyle 

  • สนใจติดต่อลงโฆษณา

    สนใจติดต่อลงโฆษณาได้ที่ myhappyoffice.com@gmail.com โทรศัพท์ (Tel) : 0 85835 0165

ออฟฟิศนี้...ไม่มีเรื่องเครียด :) กด "LIKE" เป็นพนักงานเลย!!