อุทัยธานี คือหนึ่งในเมืองเล็กๆ ที่ทำให้วิถี “สโลว์ไลฟ์” ของใครมีความสุขใจมากยิ่งขึ้น เมืองที่ต้องอาศัยความตั้งใจในการเดินทาง จากกรุงเทพฯ ถ้าคุณจะเดินทางไปจังหวัดนครสวรรค์หรือขึ้นเหนือไปเชียงใหม่ ก็จะเห็นป้ายบอกทางเข้าจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าไม่มีกิจธุระอันใดก็มักจะผ่านเลยกันไป แต่วันนี้ My Happy Office จะชวนเชิญให้คุณเลี้ยวซ้ายตามป้ายนั้นเข้าสู่ตัวเมืองอุทัย ไปดื่มด่ำวันเนิบสบายกัน


 
_MG_8690

_MG_8665

_MG_9260

 

เช้าก่อนอรุณรุ่งที่ ตลาดสดริมแม่น้ำสะแกกรัง พ่อค้าแม่ค้าต่างมาตั้งวางแผงขายของกันแต่มืด ตลาดสดที่นี่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเพราะเป็นตลาดสดที่ตั้งอยู่บนทางเดินเลียบแม่น้ำสะแกกรัง สินค้าส่วนใหญ่เป็นพืชผักพื้นบ้าน ปลาในแม่น้ำมีทั้งปลาเลี้ยงในกระชังและปลาแม่น้ำแท้ๆ ที่นี่อุดมสมบูรณ์ด้วยปลานานาชนิดสะท้อนวิถีชีวิตและอาหารการกินได้เป็นอย่างดี ไม่ไกลจากตลาดสดจะมีสภากาแฟเปิดตัวไล่เลี่ยไปกับตลาด ”ร้านป้าทอง” กาแฟรสชาติเข้มข้นในทุกมิติขายในราคา 10 บาท ร้านนี้เปิดบริการมานานกว่า 40 ปีเรียกว่าเคียงคู่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานจนกลายเป็นตำนานของเมืองอุทัยในปัจจุบัน ลูกค้าจากรุ่นสู่รุ่นที่ทุกวันนี้มีหลากหลายรุ่นทั้งรุ่นเล็กยันรุ่นใหญ่ต่างแวะเวียนเข้ามาใช้บริการกันตลอดเวลา คุณลองนึกดูว่า 40 ปีที่ชงกาแฟเสิร์ฟให้กับคนอุทัยจนส่งลูกเป็นฝั่งเป็นฝาต้องมีความมานะอุตสาหะขนาดไหน ลองนึกเล่นๆ จนถึงป่านนี้ไม่รู้ว่าป้าทองชงกาแฟให้คนอุทัยฯ ดื่มไปกี่แสนแก้วแล้ว…ก็ไม่รู้
 
_MG_8714

_MG_8726
บ้านเรือนในตัวเมืองอุทัยมิได้สวยงามทันสมัยไปตามกาลเวลาเหมือนเมืองอื่น คงทิ้งร่องรอยของความรุ่งเรืองเมื่อ 30 ปีที่แล้วผ่านอาคารพาณิชย์เก่าๆ ที่มีสถาปัตยกรรมแบบยุค 1970 คนเมืองนี้บอกว่าในสมัยก่อนที่แม่น้ำยังเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักของประเทศเมืองอุทัยสมัยนั้นรุ่งเรืองมาก การค้าขายเฟื่องฟูริมแม่น้ำสะแกกรังเป็นท่าเรือค้าข้าว ค้าไม้ มีย่านการค้าอย่างตรอกโรงยา ย่านนั้นคึกคักจริงๆ ต่อมาเมื่อถนนดีขึ้นเป็นลำดับการค้าขายทางเรือก็ซบเซา ยิ่งในยุคต่อมานิยมส่งลูกหลานเข้าไปเรียนที่กรุงเทพฯ จบมาต่างคนก็ต่างทำงานมีครอบครัวในเมืองหลวงกันหมด บ้านเรือนร้านรวงรุ่นคุณปู่ รุ่นคุณพ่อจึงขาดช่วงสืบทอดกิจการ บ้านเมืองจึงเริ่มทยอยเงียบเหงาตั้งแต่นั้นมา
 

_MG_8507

_MG_9073

ชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่

 
แม่น้ำสะแกกรัง มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาโมโกจู ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ต้นทางแห่งสรรพชีวิต แม่น้ำสายนี้ไหลลดหลั่นลงมาผ่านกำแพงเพชร นครสวรรค์(อำเภอลาดยาว) เข้าสู่อุทัยธานีเป็นสายน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงคนอุทัยฯ ตราบจนทุกวันนี้ คนไทยมีชีวิตผูกพันกับสายน้ำเป็นทั้งที่เกิด ที่อยู่ ที่กิน และที่ตาย เรือนแพบ้านลอยน้ำกลางแม่น้ำสะแกกรังยังคงมีอยู่ให้เห็นวิถีชีวิตชาวแพ ซึ่งนับวันนี้หาชมได้ยากเหลือเกิน จากไม้ไผ่นับสิบลำถูกมัดรวมกันเป็นลูกบวบผสานเป็นฐานรากให้บ้านหลังน้อยลอยอยู่ได้ นอกจากที่พักอาศัยแล้วยังมีที่ทำกินอีกต่างหาก เพราะชาวแพที่นี่สร้างพื้นที่เพาะปลูกบนแม่น้ำสะแกกรัง ส่วนใหญ่ปลูกผักขายซึ่งเท่าที่เห็นมีทั้งผักสวนครัว ต้นเตยหอม เป็นต้น รวมไปถึงมีกระชังเลี้ยงปลา เรียกว่าเป็นวิถีชีวิตพอเพียงโดยแท้ ทุกวันนี้เรือนแพบนแม่น้ำสะแกกรังเริ่มลดน้อยลงไปทุกทีเนื่องจากทางราชการไม่อนุญาตให้เพิ่มจำนวนแพ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาค่อนข้างสูง คนรุ่นใหม่ก็พากันย้ายขึ้นฝั่งมองหาความสะดวกสบายกันมากกว่า ในอนาคตเรือนแพแห่งเมืองอุทัยธานีก็คงจะค่อยๆลดน้อยและเลือนหายไปตามกาลเวลาในที่สุด
 
_MG_9358

_MG_9336

_MG_8569

ความงามอันล้ำค่า

 
เมืองอุทัย หรือบ้านสะแกกรังนั้นมีมาก่อนสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมืองนี้เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ เดิมชื่อ “ทองดี” ได้แต่งงาน กับคุณดาวเรืองมีพระราชโอรสและพระราชธิดา ซึ่งได้รับการสถาปนาภายหลัง ดังนี้ คือสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงกรมพระยาเทพสุดาวดี (สา) พระเจ้ารามรงค์ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงกรมพระศรีสุดารัตน์ (แก้ว) พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (ทองด้วง) และสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระราชวัง บวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา) อุทัยธานีเติบโตเป็นเมืองใหญ่เป็นชุมทางการค้าข้าวและไม้ซุงเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งในแถบลุ่มเจ้าพระยา มีวัดวาอาราม มรดกทางศิลปะที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม วัดโบสถ์ หรือ วัดอุโบสถาราม เดิมชื่อมโนรมย์ ชาวบ้านเรียกว่าวัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมลำน้ำสะแกกรัง (ตรงข้ามตลาดสด) วัดนี้สร้างมาตั้งแต่พ.ศ.2324 (234ปี) วัดนี้เราสามารถเดินข้ามสะพานปูนซีเมนต์มาจากฝั่งตลาดสดได้มีอุโบสถและวิหารสีขาวที่สร้างอยู่เคียงคู่กัน ความงามนั้นเลื่องลือในด้านจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นฝีมือช่างหลวงเป็นภาพพุทธประวัติที่งดงามมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย พระวิหารภาพด้านหน้าแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวเมืองอุทัยในยุคนั้นที่ดูงดงามอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีมณฑปแปดเหลี่ยมเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของวัดอุโปสถาราม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง มณฑปหลังนี้หลวงพิทักษ์ภาษา (บุญเรือง พิทักษ์อรรณพ) ตั้งใจสร้างถวายให้พระสุนทรมุนี (จัน) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี (ฉายา เดิมเป็นพระครูอุทัยธรรมนิเทศ) จำพรรษา แต่เมื่อสร้างเสร็จในพ.ศ. 2442 พระสุนทรมุนีมรณภาพ จึงใช้เป็นสถานที่ตั้งศพ และหลังจากนั้นใช้เป็นที่ประดิษฐานอัฐิพร้อมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ
 
_MG_8459

_MG_9429

_MG_9465
วัดดังหลักๆ ในตัวเมืองอุทัยธานียังมีอีก 2 วัดที่นักท่องเที่ยวอย่างเราไม่ควรพลาด อย่าง วัดสังกัสรัตนคีรี ที่สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2443 ณ บนยอดเขาสะแกกรังเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทที่มีมณฑปครอบทัพไว้อย่างงดงาม ประเพณีตักบาตรเทโว ที่วัดสังกัสรัตนคีรีมีชื่อเสียงในระดับประเทศ ภาพพระภิกษุเดินบิณฑบาตลงมาจากยอดเขาสะแกกรังนั้นเป็นภาพอันยิ่งใหญ่ตระการตาจริงๆ อีกหนึ่งวัดที่ชาวพุทธควรไปกราบสักการะคือ วัดท่าซุง หรือ วัดจันทาราม ที่ชาวบ้านจะรู้จักกันอีกนามคือ วัดหลวงพ่อฤษีลิงดำ (พระราชมหาวีระ ถาวาโร) วิหารแก้ว 100 เมตรคือ ความงดงามอลังการในยุคสมัยปัจจุบัน ภายในสร้างด้วยโมเสกสีขาวใสดูเหมือนแก้ววาววับ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปจำลองพระพุทธชินราชซึ่งเป็นพระประทานในวิหาร ทั้งยังเป็นที่รักษาสังขารร่างของหลวงพ่อฤษีลิงดำ(พระราชมหาวีระ ถาวาโร) ที่ไม่เน่าเปื่อยในโลงแก้วอีกด้วย
 
_MG_8521

_MG_8990

_MG_8518

วันเวลากำลังจะหวนคืน

 

วันนี้คนมาเที่ยวเมืองอุทัยกันเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะเสาร์ – อาทิตย์ จะเห็นได้จากจำนวนโรงแรมที่พักที่เริ่มขยายตัวมากกว่าแต่ก่อน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่มาเมืองอุทัยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักปั่น เพราะที่นี่มีเส้นทางปั่นจักรยานสวยๆ มากมาย ความที่เป็นเมืองสงบ ของกินอร่อย บรรยากาศการปั่นจึงได้อารมณ์ชิลล์สมใจ ที่สำคัญทุกเย็นวันเสาร์มีถนนคนเดินตรอกโรงยาที่ช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวในตัวเมืองอุทัยตื่นตัวขึ้นอย่างมาก ตรอกโรงยา ในวันธรรมดาเป็นถนนย่านการค้าขายที่เคยรุ่งเรืองในอดีตมีความยาวของตัวถนนไม่กี่ร้อยเมตร เป็นตรอกสั้นๆ แต่มีความหมายที่ช่วยฉายภาพอดีตความรุ่งเรืองของเมืองอุทัยให้คนทั่วไปได้รับรู้ หลายคนกลับมาบ้านเกิดถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในทุกวันหยุดเพื่อมาค้าขายแบบสนุกๆ และได้มาเยี่ยมพ่อแม่ไปในตัว ร้านกาแฟสมัยใหม่ในย่านชุมชนเก่าแก่เริ่มมีปรากฏให้เห็นเป็นอีกสีสันหนึ่งของเมืองที่ทำให้ได้รู้ว่า คนรุ่นใหม่เริ่มกลับมาบ้านเกิดอีกครั้ง

 

_MG_9178

_MG_9208

_MG_9218

_MG_9243

เหมือนที่พี่อ้วน วิรัตน์ โตอารีย์มิตรแห่งร้านหนังสือ Booktopia ร้านหนังสือที่เป็นมากกว่าร้านหนังสือทั่วไป Booktopia เป็นตัวอย่างของการเกิดร้านหนังสือเฉพาะทาง ที่นี่มีหนังสือน่าอ่านมากมาย หนังสือที่คุณไม่อาจซื้อได้จากร้านในเมืองใหญ่ทั้งหลาย ที่มากไปกว่านั้นคือ ร้านนี้เกิดจากคนที่คร่ำหวอดกับตัวหนังสือมานานหลายสิบปี พี่อ้วนเป็นคนทำหนังสือแพรว เป็นคอลัมนิสต์ชื่อดังที่เคยฝากผลงานมากมายในหนังสือรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน คนที่ชอบหนังสือถ้ามา Booktopia มักจะดื่มด่ำหลงกาลเวลาอยู่ในร้านเล็กๆ แห่งนี้ พร้อมเสวนากับคนคอเดียวกัน นับเป็นเสน่ห์ที่ยากจะหาได้จากร้านหนังสือทั่วๆ ไป การกลับมาเริ่มต้นชีวิตที่บ้านเกิดในเมืองเล็กๆ ที่ไม่คิดว่าจะมีอะไรน่าสนใจ แต่กลายกลับหลงเสน่ห์ของเมืองนี้ที่ชวนให้ค้นหาจนไม่อยากจะจากไปไหน

 

_MG_8467

_MG_8474

อุทัยธานีอาจไม่ใช่เมืองชิค เก๋สุด แต่ก็เป็นเมืองที่คุณปั่นจักรยานเที่ยวได้อย่างสบายใจ มีของอร่อยให้ชิมมากมาย นั่งดื่มด่ำบรรยากาศริมแม่น้ำสะแกกรังได้อย่างเพลินตา อ่านหนังสือมีค่าอย่างเพลินใจ ชีวิตที่นิ่งเนิบช้าอาจทำให้ใครหลายคนหลงรักเมืองเล็กๆ เมืองนี้อย่างไม่รู้ตัว
 
 


จากทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท แล้วเลี้ยวซ้ายตรงทางแยกท่าน้ำอ้อย บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 206 เข้าทางหลวงหมายเลข 333 ข้ามสะพานแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ผ่านหน้าโรงพยาบาลเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดอุทัยธานี รวมระยะทางประมาณ 222 กิโลเมตร


 

 

ที่มา : Voyage Magazine 

  • สนใจติดต่อลงโฆษณา

    สนใจติดต่อลงโฆษณาได้ที่ myhappyoffice.com@gmail.com โทรศัพท์ (Tel) : 0 85835 0165

ออฟฟิศนี้...ไม่มีเรื่องเครียด :) กด "LIKE" เป็นพนักงานเลย!!