“…การเดินทางของฉันและเธอคือการเรียนรู้ การเรียนรู้ของเราสองคนคือความเข้าใจ…” เสียงเพลงของชาติ สุชาติ กำลังเดินทางไปพร้อมกับเรา…สู่ถนนมิตรภาพ เพื่อผ่านสระบุรีไปยังอำเภอมวกเหล็กและแก่งคอย จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ กับมิชชั่นที่หมายมั่นปั้นมือมานาน คือการสวมรอยเป็นชาวไร่นั่นเอง

 

เราตั้งใจไว้ว่าทริปนี้จะไปอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อนนัก หลังจากแวะเติมพลังมื้อสายกันเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางต่อ จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษๆ ฮัมเพลงเพลินๆ แป๊บเดียวก็ถึงสระบุรี ก่อนจะใช้เส้นทางบายพาสเข้าสู่มวกเหล็ก เพื่อพิชิตภารกิจการเรียนรู้จากไร่สวนต่อไปนี้

 

IMG_1726

IMG_1689

IMG_1699

1. ชิมมัลเบอร์รี่ที่ “ฟาร์มสายทอง”
ฟาร์มสายทอง ชื่อนี้มีที่มาจากชื่อและนามสกุลของ ป้าน้อย หรือคุณป้าสายสุนีย์ สุวรรณดี เจ้าของฟาร์มผู้น่ารักและใจดี และยังเป็นคนดูแลต้นมัลเบอร์รี่บนพื้นที่ 5 ไร่นี้ พร้อมกับคุณนที ลูกชายซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านกลางฟาร์มด้วยกันใครจะไปคิดว่าไร่มัลเบอร์รี่ 3 แปลง ที่หมุนเวียนออกลูกตลอดทั้งปี จะเริ่มต้นมาจากมัลเบอร์รี่ หรือหม่อนเพียง 2 ต้นเท่านั้นเอง ป้าน้อยบอกว่า เมื่อก่อนครอบครัวของป้าก็เลี้ยงโคนมเหมือนกับเกษตรกรชาวตำบลหนองย่างเสือแห่งนี้ แต่ก็เลิกไปเพราะรู้สึกเหนื่อย เลยหาอะไรทำที่เหนื่อยน้อยกว่า “พอลงตัวที่ปลูกมัลเบอร์รี่ กลายเป็นว่าเหนื่อยกว่าตอนเลี้ยงวัวอีก” ป้าน้อยผู้หญิงตัวน้อยสมชื่อเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดี ขณะที่พาเราเดินชมมัลเบอร์รี่แปลงแรก ซึ่งออกลูกสีเขียวสด รอครบรอบวันจะสุกและเก็บผลผลิตได้ สำหรับมัลเบอร์รี่ที่ปลูกนี้เป็นชนิดกินผล สายพันธุ์เชียงใหม่ กว่า 7 ปีที่ได้เปลี่ยนมาทำไร่มัลเบอร์รี่ ช่วงปีแรกๆ นั้นผ่านการลองผิดลองถูกกันมาพอสมควร ก่อนจะเติบโตและได้การรับรองเป็นไร่มัลเบอร์รี่ GAP (Good Agricultural Practice) ซึ่งปลอดภัยไร้สารเคมี และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

 

จากนั้นเรามาชมแปลงที่ 2 แปลงนี้ลูกสุกเต็มต้นพร้อมเก็บผลผลิต ซึ่งเราก็สนุกสนานกับการเก็บมัลเบอร์รี่มาชิมสดๆ โดยไม่ต้องล้างน้ำ ลูกสีแดงจะมีรสเปรี้ยวกว่าลูกสีแดงก่ำ เห็นลูกเล็กๆ แบบนี้แต่มากด้วยวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยบำรุงหัวใจ ตับ ไต และป้องกันการเกิดมะเร็ง ฯลฯ พอได้ยินเจ้าของฟาร์มร่ายสรรพคุณให้ฟังก็รีบเก็บมัลเบอร์รี่มาชิมจนเต็มกำมือ

 

มาถึงแปลงที่ 3 ซึ่งอยู่ในช่วงพักต้น คือเก็บผลผลิตแล้ว รอการตัดแต่งกิ่งเพื่อให้มัลเบอร์รี่ออกลูกต่อไป ทั้งแปลง 1, 2, 3 นั้นทำหมุนเวียนกันไปแบบนี้ตลอดทั้งปี นอกจากเก็บผลสดส่งขาย ป้าน้อยยังนำมาแปรรูปเป็นน้ำมัลเบอร์รี่สด แยม และซอสแบบโฮมเมด ภายใต้แบรนด์น่ารัก Mom Berry ผลิตภัณฑ์มัลเบอร์รี่ฝีมือคุณแม่นั่นเอง
ตั้งแต่ต้นปี 2559 นี้ที่ฟาร์มสายทองเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ ก็ดูเหมือนว่านอกเหนือจากงานกิจวัตรในไร่แล้ว ป้าน้อยและคุณนทียังมีงานต้อนรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาอีก และที่บอกว่าปลูกมัลเบอร์รี่เหนื่อยกว่าตอนเลี้ยงวัวนั้น เมื่อได้สังเกตใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม ก็อดคิดไม่ได้ว่านอกจากต้นมัลเบอร์รี่จะออกลูกเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์แล้ว คงออกผลเป็นความสุขให้เจ้าของฟาร์มได้เก็บเกี่ยวด้วยเช่นกัน

IMG_1707

IMG_1795

IMG_1757


ฟาร์มสายทอง
ที่ตั้ง : 77/1 บ้านกลุ่มพระบาท หมู่ 9 ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
การเดินทาง : จากถนนมิตรภาพ อ.มวกเหล็ก ผ่านร้านกะหรี่ปั๊บเจ๊หมวยมาสักระยะ ให้เลี้ยวซ้ายสู่ถนนหมายเลข 2224 ผ่านวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ข้ามทางรถไฟ ตรงมายังถนนหมายเลข 2273 เจอสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้าย ขับมาเรื่อยๆ จะเจอป้ายฟาร์มสายทองอยู่ทางซ้ายมือ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 17.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 08 9045 1558 และ 09 1259 0699


 

 

IMG_0669

IMG_0727

2. ชมแปลงองุ่น “ไร่ภูนวพันธุ์”
เราเดินทางต่อมายัง ไร่ภูนวพันธุ์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากฟาร์มสายทองมากนัก บนพื้นที่กว่า 117 ไร่แห่งนี้ถูกแบ่งสันปันส่วนเป็นพื้นที่ทำการเกษตรแบบผสมผสาน โดยเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้นักท่องเที่ยวมาแวะชมและเรียนรู้ พร้อมซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากทางไร่ได้โดยตรง
พระเอกของไร่ภูนวพันธุ์ก็คือ องุ่นไร้เมล็ด ซึ่งมีทั้ง แบล็กโอปอล์ (Black Opal) ลูกสีม่วงอมดำ รสหวาน ลูสเพอร์เลต (Loose Perlette) องุ่นสีเขียว รสหวานและมีกลิ่นหอม และ ไข่ปลาคาเวียร์ องุ่นรสหวานลูกเล็ก แต่ราคานั้นแพงกว่าใครเพื่อน ซึ่งไม่ว่าพันธุ์ไหน ที่ไร่นี้รับรองได้ว่าปลอดภัยไร้สารพิษแน่นอน
แม้จะเป็นเวลาบ่ายโมงที่เข้าไปชมภายในไร่ แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าอากาศที่สัมผัสนั้นกลับเย็นสบาย ไม่ร้อนแรงอย่างแสงแดดเปรี้ยงที่มองเห็นเลยแม้แต่นิด คงเพราะมวกเหล็กเป็นพื้นที่ภูเขาและยังมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้อากาศดี และที่สำคัญเหมาะแก่การปลูกองุ่นนั่นเอง
ภายในไร่ภูนวพันธุ์มีแปลงองุ่นขนาดใหญ่เรียงรายอยู่ภายใต้หลังคาพลาสติกขาว ที่คลุมไว้ป้องกันแมลงศัตรูพืชต่างๆ เราเข้าไปชมพวงองุ่นอย่างใกล้ชิด ขณะที่พี่ๆ คนงานกำลังง่วนอยู่กับการตัดแต่งพวงองุ่นบนเถา โดยตัดเอาลูกที่เสียทิ้งไป เรียกได้ว่าควบคุมคุณภาพกันทุกขั้นตอนเลยทีเดียว หลังจากถ่ายรูปสวมรอยเป็นชาวไร่องุ่นแล้ว ก็ไม่พลาดไปชมฟาร์มเห็ดหลินจือ โรงเรือนผักไฮโดรโปนิกส์ ที่ปลูกไว้อย่างสวยงามน่ากิน แต่แอบเสียดายนิดหนึ่งที่ไม่ได้ชมแปลงสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งจะมีให้ดูเฉพาะช่วงฤดูหนาว ในเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมเท่านั้น

 

IMG_0756

IMG_0780

IMG_0820


ไร่ภูนวพันธุ์
ที่ตั้ง : 151 หมู่ 12 ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
การเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับฟาร์มสายทอง คือมาจากถนนมิตรภาพ เลี้ยวซ้ายสู่ถนนหมายเลข 2224 ผ่านวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ตรงมายังถนนหมายเลข 2273 แต่พอเจอสี่แยกแล้วให้เลี้ยวขวา ขับมาเรื่อยๆ ไร่ภูนวพันธุ์อยู่ทางซ้ายมือ
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 07.00 – 17.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 08 4027 8319 และ 08 7603 0765


 

 

IMG_0906

IMG_0956

3. เบญจมาศเบ่งบาน ณ “สวนบิ๊กเต้”
เบญจมาศที่บานสะพรั่งนับล้านดอก อวดสีสันสดใสสลับกันเป็นแถวแนวยาวสุดลูกหูลูกตา ในโอบล้อมของขุนเขาเขียวขจี ภาพฝันแบบนี้เรานึกว่ามีแต่ในต่างประเทศเท่านั้น แต่แล้วฝันก็ไม่ไกลเกินไปนัก เพียงเดินทางมายังมวกเหล็ก ณ สวนบิ๊กเต้ ก็จะได้พบกับความงดงามของดอกเบญจมาศน้อยใหญ่หลากสีสัน เบ่งบานชูช่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ทุกวัน
จากอาณาจักรองุ่น ไร่ภูนวพันธุ์ ขับรถต่อมาอีกประมาณกว่า 10 กม. ก็มาถึงอาณาจักรเบญจมาศขนาดพื้นที่ 130 ไร่แห่งนี้ ซึ่งคุณเต้เจ้าของสวนเล่าให้ฟังว่า ภาพของสวนบิ๊กเต้ตอนเริ่มต้นนั้นไม่ได้สวยงามอย่างภาพที่เห็นในวันนี้ เพราะเบญจมาศเป็นดอกไม้ปลูกยาก อุปสรรคมีมากทั้งแมลงศัตรูพืชและโรคต่างๆ แต่ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมากับการทำสวนเกษตรแบบประณีต ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้จะยากเย็นแค่ไหนเมื่อเลือกทำให้สุดแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มาก็ย่อมหอมหวานเสมอ

 

IMG_0977

IMG_0988
ณ ตอนนี้ที่สวนบิ๊กเต้ได้กลายเป็นสวนเบญจมาศที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคกลาง โดยมีดอกไม้ส่งขายเฉลี่ย 1 ตันต่อวัน กระจายไปยังภาคกลางและภาคอีสาน ที่สำคัญเมื่อต้นปียังได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีเกษตร ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมความงามอย่างไม่หวงแหน ไม่ว่าจะเดินชมหรือถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด และถ้าใครหลงรักความงดงามนี้จนอยากหอบเบญจมาศช่อใหญ่ๆ กลับบ้านไปด้วย ก็ขอซื้อและถอนต้นกันสดๆ จากแปลงไปได้เลย

 


สวนบิ๊กเต้
ที่ตั้ง : 172 หมู่ 5 ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
การเดินทาง : จากไร่ภูนวพันธุ์ ตรงไปบนถนนหมายเลข 2224 เจอสี่แยกไฟแดงแล้วสามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ ขับตรงไปประมาณ 9 กม. จะเจอทางเข้าสวนบิ๊กเต้อยู่ทางขวามือ หรือเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2243 แล้วเข้าไปทางมวกเหล็กฮิลล์ไซด์ สวนบิ๊กเต้จะอยู่ด้านหลัง
เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 17.30 น.
ค่าเข้าชมสวน : 20 บาท / ท่าน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 08 0455 0659
www.facebook.com/bigtaegarden

 

IMG_1055
ใกล้ๆ กับสวนบิ๊กเต้ ยังมีทุ่งดอกดาวเรืองขนาดใหญ่ อวดโฉมเหลืองอร่ามอยู่ภายในมวกเหล็กฮิลล์ไซด์ สามารถแวะชมและถ่ายรูปฟินๆ ได้เช่นกัน


 

IMG_1322

IMG_1336

IMG_1662

4. “Mela Garden” สวนแอปเปิ้ลกลางหุบเขา
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการชมไร่สวน เราก็เดินทางต่อมาถึงสถานที่ลำดับที่ 4 นั่นคือ Mela Garden สวนแอปเปิ้ลกลางหุบเขา แต่อย่าเพิ่งแปลกใจไปว่าเรามาสวมรอยเป็นชาวสวนแอปเปิ้ลหรืออย่างไร
Mela Garden ไม่ใช่ทั้งไร่และสวน หากแต่เป็นอาณาจักรแห่งการพักผ่อน คำว่า Mela มาจากภาษาอิตาลี แปลว่า แอปเปิ้ล โดยรีสอร์ทแห่งนี้มีสวนแอปเปิ้ลปลูกไว้จริงๆ เพื่อมอบเป็นของขวัญซึ่งเปรียบเสมือนสวนลับ ให้แขกผู้มาเยือนได้เข้าไปสำรวจ สัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขในแบบของตัวเอง
สำหรับเราขอสารภาพเลยว่า ทันทีที่มาถึงก็ตกหลุมรักที่นี่ตั้งแต่แรกพบ สถาปัตยกรรมบ้านหินและสิ่งปลูกสร้างสไตล์ Italian Country ดูกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติ แปลงดอกไม้นานาชนิด ต้นไม้ใบหญ้า และสวนผัก ที่ปลูกเอาไว้ทั่วอาณาบริเวณ ยิ่งเพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวา จนทำให้รู้สึกว่าที่นี่เป็นเหมือนกับหมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางทิวเขา ที่ซ่อนเร้นความงดงาม รอคอยการค้นเจอจากนักเดินทางผู้แสวงหาความสงบ

 

IMG_1180

IMG_1201

IMG_1250

IMG_1377
ความงามภายนอกที่ได้เห็นว่าสวยงามจับตาแล้วนั้น เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพัก ยิ่งหลงรักกับความพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ โซฟา หรือเก้าอี้ ที่ถูกจัดวางไว้เพื่อรองรับการพักผ่อนทุกอิริยาบถ พื้นที่อันกว้างขวางและเพดานสูงโปร่งก็ทำให้รู้สึกสบาย ยิ่งเตียงนอนหนานุ่มสะอาดตาเมื่อได้ทิ้งตัวลงนอนแล้ว ก็อยากจะจมดิ่งอยู่กับตัวเองโดยไม่ยี่หระกับเข็มนาฬิกาที่หมุนไป
โมงยามที่เราใช้จ่ายไปกับที่นี่ กับวินาทีแรกของรอยยิ้มต้อนรับ นาทีแรกของการเดินชมสวนสวย ชั่วโมงแรกที่ตื่นขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า ล้วนเต็มไปด้วยความประทับใจ จนอยากจะหลบอยู่ในสวนแอปเปิ้ลกลางหุบเขาแห่งนี้ไปนานๆ


Mela Garden
ที่ตั้ง : 90 หมู่ 10 ต.ลำพญากลาง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
การเดินทาง : จากสวนบิ๊กเต้ ตรงไปบนถนนหมายเลข 2224 เจอสามแยก บริเวณหน้าวัดหนองโป่ง (หลักกิโลเมตรที่ 40) ให้เลี้ยวซ้ายไปทางวัดถ้ำดาวเขาแก้ว Mela Garden อยู่เลยวัดนี้ไปนิดหน่อย ระหว่างทางขึ้นลงเนินเขาเล็กๆ จะมีวิวธรรมชาติและบ้านเรือนเกษตรกรที่เลี้ยงโคนมให้ชมเพลินๆ ด้วย
ประเภทห้องพัก : มีห้องพักทั้งหมด 3 โซน ได้แก่ Terrazzo, Stone Cottage และ Mela Deluxe
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 0 3629 8115 และ 09 0428 0176
www.melagarden.com


 

 

IMG_0615

IMG_0650

5. “โรงสีกาแฟ” กาแฟสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ขากลับจากมวกเหล็กเรายังอ้อยอิ่งเพราะไม่อยากรีบกลับ พอมาถึงแก่งคอยจึงหาที่แวะสักนิด ได้ยินมาว่ามาถึงที่นี่แล้วอย่าลืมแวะไปจิบกาแฟที่ร้าน โรงสีกาแฟ ด้วยความอยากรู้ว่าทำไมใครๆ ต่างแนะนำ จึงหยิบมือถือขึ้นมาเปิด GPS นำทาง
เมื่อมาถึงร้านสิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความร่มรื่น และรู้สึกแปลกตาในความเก๋ไม่เหมือนใคร กับตัวร้านกาแฟที่อยู่ภายใต้โครงสร้างโรงสีขนาดใหญ่ นับเป็นการผสมผสานของเก่าที่ยังทรงคุณค่าเข้ากับของใหม่ได้อย่างน่าสนใจ เดิมสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงสีเก่าแก่ที่คนแก่งคอยต่างรู้จักในนามโรงสีไฟเทพประสิทธิ์ ที่เปิดทำการมาหลายสิบปี ก่อนจะปิดตัวไปเมื่อปี 2530 ซึ่งคุณต้อม ทายาทรุ่นที่สามได้มองเห็นว่าโรงสีแห่งนี้น่าจะทำอะไรได้มากกว่าการปล่อยให้รกร้างไปตามกาลเวลา และเมื่อมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดในปี 2554 จึงมีไอเดียทำร้านกาแฟโดยใช้ชื่อ โรงสีกาแฟ เพื่อเสิร์ฟกาแฟคุณภาพในคอนเซ็ปต์กาแฟสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ว่าแล้วเราก็สั่ง ลาเต้คาราเมล มาลองสักถ้วย และก็ไม่ผิดหวัง กลิ่นหอมโชยมาตั้งแต่ถ้วยกาแฟถูกยกมาเสิร์ฟ เมื่อลองจิบเบาๆ ก็ได้รสชาติกลมกล่อม สมกับการคัดสรรวัตถุดิบ ที่ทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพเยี่ยมที่ส่งตรงมาไกลจากเชียงราย และยิ่งได้ความใส่ใจในการชงด้วยแล้ว ยิ่งทำให้กาแฟถ้วยนี้พิเศษขึ้นมาจริงๆ

 

IMG_0638

IMG_0610


โรงสีกาแฟ
ที่ตั้ง : 69 ถ.เทศน์วิวัฒน์ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
การเดินทาง : ใช้ถนนมิตรภาพ จากสระบุรีเมื่อถึงแก่งคอยผ่านปั๊มบางจากให้เลี้ยวซ้ายเข้าตัวอำเภอ ตรงมาเรื่อยๆ จนตัดกับถนนสุดบรรทัด (ทางหลวงหมายเลข 3188) แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางประมาณ 800 เมตร จะเจอถนนเทศน์วิวัฒน์อยู่ทางซ้ายมือ ให้เลี้ยวเข้าไปจนสุดซอย
เมนู : มีทั้งอาหารจานหลัก อย่าง สปาเก็ตตี้ ไส้กรอก และเครื่องดื่ม ชา กาแฟ รวมถึงเบเกอรี่โฮมเมด
เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 18.00 น. (ปิดทุกวันที่ 10 และ 25 ของเดือน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 08 6440 3285
www.facebook.com/RongSiCoffee


 

สำหรับทริปมวกเหล็ก – แก่งคอยครั้งนี้ แม้ไม่ใช่การเดินทางสู่ดินแดนแสนไกล และไม่ได้ใช้เวลาเนิ่นนานในการดั้นด้นไปถึง แต่เพราะบางที ในสถานที่ใกล้ๆ ในเวลาสั้นๆ ก็สร้างความอิ่มเอมใจ และมีสิ่งใหม่ให้เราเรียนรู้…ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่ใด

 

ที่มา : Voyage Magazine 

  • สนใจติดต่อลงโฆษณา

    สนใจติดต่อลงโฆษณาได้ที่ myhappyoffice.com@gmail.com โทรศัพท์ (Tel) : 0 85835 0165

ออฟฟิศนี้...ไม่มีเรื่องเครียด :) กด "LIKE" เป็นพนักงานเลย!!