Credit รูปภาพ : https://www.gobankingrates.com

Credit รูปภาพ : https://www.gobankingrates.com

จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณเริ่มมีปัญหาการเงิน วันนี้เรามีวิธีสังเกตุนิสัยการใช้เงินของคุณ เพื่อเช็คว่าคุณมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเรื่องการเงินหรือไม่ พร้อมคำแนะนำในการแก้ปัญหาการเงินเบื้องต้น เพื่อช่วยคุณปรับนิสัยการใช้เงินและไม่ให้ปัญหาการเงินของคุณหนักจนเกินแก้ไข โดย 5 นิสัยที่คุณควรเลิกทำโดยเร็วที่สุดก่อนจะประสบปัญหาการเงินขั้นวิกฤตมีดังนี้

 

ชอบซื้อทุกอย่างด้วย “เงินผ่อน” : การซื้อของเงินผ่อนอาจให้ผลดีในแง่ ได้ของมาใช้ก่อน แล้วค่อยทยอยจ่ายเงินที่หลัง ทำให้นำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนหรือใช้ประโยชน์ด้านอื่นก่อนได้ แต่ถ้าคุณติดการซื้อของเงินผ่อนตลอดเวลา โดยซื้อของที่ไม่จำเป็น และซื้อบ่อยๆ ติดต่อกัน นั่นเป็นสัญญาว่าคุณอาจเริ่มมีปัญหาการเงิน เพราะคุณมีแนวโน้มที่จะใช้เงินเกินตัว ของที่คุณซื้อวันนี้จะยังมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่คุณต้องจ่ายไปอีก 6-10 เดือน หากคุณซื้อของเงินผ่อนต่อเนื่อง เป็นเวลานาน จะกลายเป็นว่าคุณเป็นหนี้อยู่ตลอดเวลา และอาจเป็นหนี้เพิ่มขึ้นได้จากดอกเบี้ยในวันที่คุณเกิดเหตุฉุกเฉินจนต้องนำเงินไปใช้กับรายจ่ายอื่นที่จำเป็นมากกว่า

 

ซื้อทันที ไม่ต้องดูราคา : สำหรับหลายคน การซื้อของคือ “ความสุขและวิธีคลายเครียด” อย่างหนึ่ง การจะซื้อของสักชิ้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดมากให้ปวดสมอง บางคนซื้อของมาหลายวันแล้วพึ่งรู้ตัวว่าไม่อยากได้ของนั้นจริงๆ นิสัยแบบนี้หากนานๆ ทำสักทีคงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่หากมัวแต่ตามใจตัวเอง ทำให้เกิดเป็นนิสัยชอบซื้อโดยไม่ดูราคา อาจส่งผลเสียในระยะยาว เพราะคุณอาจต้องควักเงินเพื่อซื้อสินค้าราคาสูงเกินจำเป็น และทำให้ติดนิสัยใช้จ่ายแบบสุรุ่ยสุร่ายที่ทำลายความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว จำไว้ว่าผู้ที่สามารถเก็บเงินสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งทางการเงินได้ ต้องยับยั้งความชั่งใจ มีสติ และวินัยในการใช้เงิน

 

เห็นคนอื่นซื้ออะไร แล้วต้องซื้อตาม : สิ่งที่คนอื่นมีคนอื่นใช้ช่างน่าหอมหวานเสียเหลือเกิน หากไม่มีแล้วกลัวจะตกกระแส หรือ เม้าท์กับใครเค้าไม่สนุก ไม่ว่าจะเป็นอาการเห็นเพื่อนที่ทำงานซื้อมือถือรุ่นใหม่แล้วต้องซื้อด้วย หรือ คนชวนกันไปกินข้าวสังสรรค์แล้วไปกับเขาด้วยตลอด ก็จัดอยู่ในข่ายพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ทั้งสิ้น ต้องระวังไว้หากคุณไม่เรียงลำดับความสำคัญของรายจ่ายของคุณ จะทำให้มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ ถ้ามองดีๆจะพบว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้เมื่อรวมกันจะเป็นเงินจำนวนมากที่ต้องจ่ายไป และที่อันตรายยิ่งกว่าหากคุณมีนิสัยชอบซื้อของตามคนอื่น เพราะหาเงินได้เท่าไหร่ก็ไม่พอใช้

 

จ่ายบิล (บัตรเครดิต) ต้นเดือนปุ๊บ เงินเดือนแทบหมดกระเป๋า : การซื้อด้วยบัตรเครดิตมีข้อดีตรงที่ให้ความสะดวกสบาย มีคะแนนสะสมเพื่อแลกของสมมนาคุณ และบางครั้งยังสามารถผ่อนจ่ายได้อีกด้วย  จนอาจทำให้คุณติดนิสัยชอบใช้บัตรเครดิตในการซื้อของ แต่เพราะบัตรเครดิตไม่ใช่เงินสดที่คุณต้องควักออกจากกระเป๋า การจ่ายในแต่ละครั้งอาจทำให้คุณไม่รู้ตัวว่าคุณกำลังใช้เงินเกินตัว จนทำให้ต้องเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือต้องหมุนเงินตัวเป็นเกียวทุกเดือน บางทีอาจถึงขั้นไม่มีเงินในกระเป๋าเพราะต้องควักเงินจ่ายค่าบัตรเครดิตทั้งหมดตั้งแต่ต้นเดือน

 

ทำงานมาหลายปี แต่ไม่มีเงินเก็บ : สำหรับช่วงชีวิตแรกของคนเริ่มทำงานใครๆ ก็อยากจะใช้เงินเพื่อความสนุก สนองความต้องการและความอยากของตัวเอง แต่หากคุณทำงานมาหลายปี แต่หันมาดูเงินในบัญชีกับไม่เคยมีเงินเหลือ และนอกจากไม่มีเงินเก็บแล้ว ยังไม่เคยลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ ไว้ด้วย แสดงว่ามีค่าใช้จ่ายเท่ากับรายได้ นิสัยไม่เก็บเงินของคุณจะทำให้คุณขาดความมั่นคงทางการเงินในอนาคต เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จำเป็นต้องใช้เงินก้อน คุณก็จะเกิดวิกฤติทางการเงิน จนอาจต้องไปกู้หนี้ยืมสิ้นให้เป็นปัญหาระยะยาว

 

ฉะนั้นควรเริ่มปรับพฤติกรรมการใช้เงินของคุณก่อนเกิดวิกฤติทางการเงิน โดยบ่มเพาะนิสัยเหล่านี้ ทำความเข้าใจรายรับและรายจ่ายของตัวเอง แล้วลดภาระค่าใช้จ่าย ลดการซื้อของเงินผ่อนให้เหลือน้อยที่สุด แล้วเริ่มชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยเยอะสุด หารายได้เพิ่มจากช่องทางอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือการทำอาชีพเสริม เพียงทำได้ตามนิสัยเหล่านี้ คุณก็จะเริ่มรู้สึกถึงสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น และจะเป็นรากฐานในการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ชิวิตต่อไปอีกด้วย
 
 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ 

  • สนใจติดต่อลงโฆษณา

    สนใจติดต่อลงโฆษณาได้ที่ myhappyoffice.com@gmail.com โทรศัพท์ (Tel) : 0 85835 0165

ออฟฟิศนี้...ไม่มีเรื่องเครียด :) กด "LIKE" เป็นพนักงานเลย!!