Menu

บทความยอดฮิต

Connect With Us

Green Season Trips เที่ยวชุ่มฉ่ำยามหน้าฝน

Shares

Green Season Trips เที่ยวชุ่มฉ่ำยามหน้าฝน

ในช่วงฤดูฝนที่รอบกายชุ่มฉ่ำ ต้นไม้ใบหญ้าแตกกิ่งก้านเริงร่าต้อนรับสายฝนเย็นสบายที่โปรยปรายลงมาจากฟ้า เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศความสดชื่นของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็มีหลากหลายสถานที่ หลากหลายกิจกรรม ที่อยากชวนคุณออกมาเปิดรับความสุขท่ามกลางสายฝน รับรองว่าทริปนี้มีแต่รอยยิ้มแน่นอน

…………………………………………

 

Ban Mae kam pong (5)

Ban Mae kam pong (1)

Ban Mae kam pong (4)

Ban Mae kam pong (3)

 

นอนเล่นโฮมสเตย์กลางป่าใหญ่ที่ “บ้านแม่กำปอง”
ณ บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่ หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาแห่งนี้ นอกจากฤดูหนาวที่จะทำให้คุณได้สัมผัสไอเย็นแบบสุดขั้ว หรือหน้าร้อนที่ให้คุณหนีไปนั่งจิบกาแฟพลางจุ่มเท้าลงในลำธารคลายร้อน พร้อมชมนกชมไม้ให้เย็นใจได้แบบไม่รู้เบื่อ หน้าฝนที่นี่ก็ยังเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ หากคุณพอมีเวลาลองไปนอนเล่นพักผ่อนที่โฮมสเตย์บ้านแม่กำปองสักคืนดูไหมล่ะ ยามเช้าเมื่อตื่นขึ้นมาเปิดหน้าต่าง คุณจะได้สัมผัสกับไอหมอกฉ่ำที่ลอยเอื่อยมาปะทะใบหน้า เรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดีเชียว ต่อด้วยการออกไปเดินเล่นสูดรับออกซิเจนสดๆ จากป่าใหญ่ให้เต็มปอด ถ่ายรูปดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้า สีสันสดใสของธรรมชาติ และรอยยิ้มของคนในชุมชน ซึ่งทำให้เราสัมผัสได้ว่าเวลาที่พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว จะมีความสุขมากแค่ไหน
ระหว่างทางเดินคุณจะได้ยินเสียงใบไม้เสียดสีกันจากสายลมที่พัดผ่าน เสียงนก เสียงน้ำไหลซอกซอนโขดหิน ได้กลิ่นกาแฟหอมๆ จากร้านลุงปุ๊ด & ป้าเป็ง ร้านกาแฟสุดชิกที่ใครมาเที่ยวก็ต้องไม่พลาดถ่ายภาพกับผนังหน้าร้าน ซึ่งต้องบอกว่ามันฮิปเตอร์สุดๆ เลยล่ะ แค่คิดก็สุขแล้วคุณว่าไหม
พิกัด GPS: 18°51’56.7″N 99°21’15.3″E

…………………………………………

 

Long Kang (1)

Long Kang (2)

 

กรี๊ดให้ลั่น สนุกสุดมันกลางสายน้ำกับกิจกรรมล่องแก่ง
ในช่วงฤดูฝน กิจกรรมล่องแก่งถือว่าเป็นไฮไลต์ของฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งประเทศไทยเรามีสถานที่สวยๆ ให้ล่องแก่งอยู่หลายแห่ง อาทิ ล่องแก่งลำน้ำเข็ง จ.พิษณุโลก ล่องแก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี ล่องแก่งแม่น้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน ล่องแก่งแม่น้ำแม่แตง จ.เชียงใหม่ ล่องแก่งน้ำว้า จ.น่าน ฯลฯ โดยแต่ละแห่งก็มีดีกรีความยากง่ายและใช้เวลาแตกต่างกันไปตามระยะทาง แต่หากใครที่ยังไม่เคยล่องแก่งมาก่อน ขอบอกเลยว่าไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะเรือยางแต่ละลำนั้นจะมีนายหัวและนายท้ายเรือคอยช่วยคุณบังคับทิศทางเรืออยู่แล้ว อีกทั้งมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยอย่างหมวกกันน็อกและเสื้อชูชีพให้ด้วย ซึ่งก่อนการล่องแก่งทุกครั้งจะมีสาธิตวิธีใส่และสอนวิธีการพายเรือทุกครั้ง
ฤดูกาลท่องเที่ยว: เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม

…………………………………………

 

Tung sa lang luang (1)

Tung sa lang luang (2)

Tung sa lang luang (3)

 

รับโอโซนให้ฉ่ำปอดที่ “อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง”
แม้ว่านักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติกันในช่วงฤดูหนาว แต่ในช่วงฤดูฝนนั้นอุทยานแห่งชาติก็มีความสวยงามไม่แพ้กันเลย อย่างที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ซึ่งมีฉายาว่าเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย ในฤดูกาลนี้ทุ่งหญ้าสีทองจะแตกใบใหม่กลายเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีกว้างไกลสุดตา ซึ่งนอกจากลานทุ่งหญ้ากว้างแล้ว ที่นี่ยังมีทุ่งนางพญาที่เป็นป่าสนสองใบให้ได้เที่ยวชมความงามอีกด้วย ยามเช้าที่แสงแดดพาดผ่านบริเวณป่าสนนั้น นับเป็นภาพที่แสนโรแมนติกแบบไม่ต้องไปไกลถึงเกาะนามิ ประเทศเกาหลีใต้ กันเลยล่ะ และในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะมีดอกไม้หลายชนิดให้ชมกันด้วย เช่น ดอกดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง กระดุมเงิน ยี่โถปีนัง และหม้อข้าวหม้อแกงลิง โดยนักท่องเที่ยวนิยมมากางเต็นท์กันที่นี่ เพื่อให้สามารถพักผ่อนชื่นชมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
ฤดูกาลท่องเที่ยว: ฤดูหนาวและฤดูฝน

…………………………………………

 

Phu hin rong kla (1)

Phu hin rong kla (2)

Phu hin rong kla (3)

Phu hin rong kla (4)

 

ตื่นตากับความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่ “อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า”
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นอุทยานทางประวัติศาสตร์ที่มีสภาพธรรมชาติอันสวยงามแปลกตาและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยในอดีตที่นี่เคยเป็นแหล่งอาศัยของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จึงยังมีการเก็บรักษาอาคารสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมกัน ส่วนธรรมชาติมีความน่าสนใจตรงลักษณะของลานหินรูปร่างแปลกตา ทั้งลานหินปุ่ม ลานหินแตก และยังมีน้ำตกอยู่หลายแห่งด้วยกัน ซึ่งหากคุณอยากมาชื่นชมความอัศจรรย์ของที่นี่ละก็ ปัจจุบันมีบ้านพักบริการจำนวน 9 หลัง สามารถพักได้หลังละ 5 – 7 คน ราคา 1,000 – 1,600 บาท/คืน นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร และสถานที่สำหรับกางเต็นท์ ไว้บริการอีกด้วย
ฤดูกาลท่องเที่ยว: ฤดูหนาวและฤดูฝน

…………………………………………

 

Sangkhaburi (2)

Sangkhaburi (1)

Sangkhaburi (3)

 

หยุดวันเวลาที่เมืองวัฒนธรรมสามเชื้อชาติ “สังขละบุรี”
ลองปรับชีวิตมาเป็นสโลว์โหมด สัมผัสดินแดนที่ไร้การปรุงแต่งอย่าง สังขละบุรี อำเภอเล็กๆ ติดชายแดด ไทย – พม่า ที่ซึ่งชนสามเชื้อชาติ ไทย มอญ กระเหรี่ยง อยู่ร่วมกันและยังคงวัฒนธรรม รวมถึงวิถีดั้งเดิมไว้ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ อาจด้วยเพราะเมืองเล็กๆ แห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีถึง 215 กิโลเมตร วิถีเมืองจึงไม่อาจแทรกแซงวิถีดั้งเดิมที่เข้มแข็งได้
สังขละบุรี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสามหมอก เพราะที่นี่มีสายหมอกทั้ง 3 ฤดู นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดที่จะตื่นแต่เช้ามาสัมผัสไอหมอก ณ สะพานมอญ พร้อมตักบาตรยามเช้า สัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษที่คุณจะพบได้เฉพาะที่สังขละบุรีนี้เท่านั้น
พิกัด GPS: 15°08’36.2″N 98°26’59.5″E

 

ที่มา : Voyage Magazine

Facebook Comments
Top