Credit รูปภาพ : https://www.shutterstock.com

Credit รูปภาพ : https://www.shutterstock.com

       คงไม่ต้องบรรยายว่า อากาศร้อนและแดดที่เดือดระอุของปีนี้ร้อนขนาดไหน เชื่อว่าทุกๆ คนคงซาบซึ้งใจกันถ้วนหน้าอยู่แล้ว รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขยังออกโรงเตือนมาอีกว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าอยู่กลางแจ้งหรือโดนแสงแดดตรง ๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00-14.00 น.

 

อันตรายจากรังสียูวี  บอกเลยว่าถ้าอยากสุขภาพดี ต้องหลีกหนียูวีให้ไกล !

รังสียูวีอันตรายจริง ๆ นะ อย่างน้อยก็ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ ดังต่อไปนี้

 

ผิวไหม้แดด : ก็รู้นะว่า อยากได้ผิวสีแทน แต่ควรเก็บความรู้สึกนี้ใส่ลิ้นชักไว้ก่อนเพราะถ้าคุณไปตากแดดตอนนี้ สิ่งที่คุณได้กลับมาจะเป็นผิวไหม้แดดมาแทน เพราะในช่วงนี้แดดบ้านเราเป็นแดดที่รังสียูวีมีความเข้มข้นสูงมากเป็นพิเศษ ยิ่งคุณตากแดดนาน ๆ ผิวได้รับรังสียูวีเกินขนาด เส้นเลือดก็จะพยายามไหลเวียนมายังเซลล์ผิวที่ถูกรังสียูวีทำลาย เป็นเหตุให้ผิวของเรามีสีแดงจัด กว่าจะรู้ตัวก็พบว่าผิวคุณกลายเป็นผิวไหม้เกรียมแดดไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าคุณยังกล้าท้าแดดแบบนี้ต่อไป ย่อมเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังแน่นอน

 

ทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว :  รังสียูวีที่ทำให้เกิดอาการผิวไหม้แดด จะส่งผลกระทบมาถึงการกระจายตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยป้องกันและช่วยต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบมาถึงระบบภูมิคุ้มกันได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังถูกแดดเผา และหากกลับไปให้รังสียูวีทำร้ายซ้ำอีกครั้ง ระบบภูมิคุ้มกันก็จะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ซึ่งไม่คุ้มเลย

 

การติดเชื้อ : อย่างที่บอกว่ารังสียูวีอาจทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว และระบบภูมิคุ้มกันได้ ดังนั้นร่างกายเราจึงสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายดายขึ้น โดยเฉพาะการติดเชื้อจากปรสิต

 

ทำผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย :  เนื่องจากรังสียูวีสามารถทำลายคอลลาเจนในเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อใต้ชั้นผิวหนังของเราได้ ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ และรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย ซึ่งไม่ได้มีปัญหาแค่เฉพาะผิวหน้าเท่านั้น แต่กับผิวที่โผล่พ้นร่มผ้าอย่างผิวบริเวณคอ แขน ขา ก็อาจได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ทางที่ดีควรทาครีมกันแดดปกป้องผิวไปในเบื้องต้น ทุกครั้งก่อนจะออกแดด

 

กระจกตาอักเสบ :  ผู้ป่วยจะมีอาการแสบตา น้ำตาไหล แพ้แสง ตาแดง ซึ่งเป็นอาการตาอักเสบระยะแรก ๆ ก่อนจะลามไปเป็นต้อเนื้อ ต้อลม หรือต้อกระจก หากยังปล่อยให้รังสียูวีทำร้ายดวงตาต่อไปนาน ๆ

 

โรคต้อกระจก :  และแม้ว่าต้อกระจกจะสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ทว่าสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดต้อกระจกได้เร็วขึ้นนั่นก็คือเจ้ารังสียูวีตัวร้าย และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมนักกีฬาส่วนใหญ่ที่ต้องอยู่กลางแจ้งบ่อย ๆ แม้จะอายุยังไม่มาก ก็มักจะเป็นต้อกระจกได้ ซึ่งต้นเหตุก็เป็นเพราะได้รับแสงยูวีในปริมาณที่มากเกินไปนั่นเอง

 

โรคต้อเนื้อ : เกิดจากเยื่อบุตาส่วนนั้นถูกแสงยูวีจากดวงอาทิตย์มากเกินไป จะมีอาการเคืองตา แสบตา คันตา ตาแดง น้ำตาไหล และอาการจะเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่กลางแจ้ง โดนแดดและโดนลม หากต้อเนื้อลุกลามไปบดบังตรงกลางของกระจกตา อาจมีผลต่อการมองเห็นได้

 

มะเร็งผิวหนัง : รังสี UV จะทำลาย DNA (Genotoxic) ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ และในแสงแดดเองก็มีสารกระตุ้นเซลล์เนื้อร้ายอย่างมะเร็งอยู่แล้ว ดังนั้นหากปล่อยให้ผิวหนังเจอเข้ากับแสงแดดจัด ๆ โดยตรงเป็นเวลานาน ก็อาจจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนังมากขึ้นไปอีก อย่างที่ผลการวิจัยจากเว็บไซต์ Science Learning ที่เผยว่า กว่า 90% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งผิวหนัง มีสาเหตุมาจากรังสี UV แทบทั้งสิ้น !

 

ถ้าเราหลีกเลี่ยงแดดไม่ได้ เพราะต้องเจอในชีวิตประจำวันทุกวัน ก็ขอแนะนำให้ ระวังการโดนแดดในช่วงที่รังสียูวีเข้มข้น หรือป้องกันตัวเองเบื้องต้นโดยการทาครีมกันแดดอย่างน้อย 15 นาทีก่อนออกแดด และสวมแว่นกันแดดทุกครั้งเมื่อต้องออกไปกลางแจ้งที่มีแดดจ้า ๆ 

  • สนใจติดต่อลงโฆษณา

    สนใจติดต่อลงโฆษณาได้ที่ myhappyoffice.com@gmail.com โทรศัพท์ (Tel) : 0 85835 0165

ออฟฟิศนี้...ไม่มีเรื่องเครียด :) กด "LIKE" เป็นพนักงานเลย!!