Menu

บทความยอดฮิต

Connect With Us

ดูแลสุขภาพในช่วงหน้าหนาว

Shares

หมดช่วงฝนก็เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วนะคะ การดูแลสุขภาพร่างกายของเราเป็นเรื่องสำคัญ หากรู้จักเตรียมตัวบำรุงร่างกายให้ดีแล้ว เชื่อว่าโรคภัยไข้เจ็บก็คงไม่กล้าย่ำกราย ก็ขอนำวิธีการดูแลสุขภาพมาฝากกันค่ะ

 

1. ทานครบ 5 หมู่ พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังสม่ำเสมอ

รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่และมีประโยชน์ครบ 5 หมู่อย่างเพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ

 

2. รู้จักป้องกันตัวเอง

หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ และไม่ควรใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน เป็นต้น  หากเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรมีผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอ จาม และไม่คลุกคลี กับผู้อื่นและหมั่นล้างมือบ่อย ๆ

 

3. อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่เข้าไปในที่แออัด  

 

4. ห่างไกลบุหรี่และสุราของมึนเมา

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดต่าง ๆ เนื่องจากอาจทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย

 

5. ล้างมือบ่อยๆ

การล้างมือบ่อย ๆ ให้สะอาดอยู่เสมอ เนื่องจากเราอาจไปสัมผัสกับเชื้อโรคที่อยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น ราวบันได ลูกบิด ประตู แก้วน้ำ เป็นต้น โดยล้างมือด้วยสบู่ธรรมดา 15-20 วินาที หรือใช้น้ำยา ล้างมืออื่น ๆ

 

6. ร่างกายอบอุ่นเสมอ

ดูแลรักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ในที่ที่หนาวมาก ก็ควรสวมหมวก เสื้อกันหนาวหรือผ้าพันคอเพื่อลดการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย กรณีซื้อเสื้อผ้ามือสองมาใช้ ต้องนำมาผ่านขั้นตอนการทำความสะอาดก่อนใช้

 

7. โลชั่น ลิปสติกช่วยได้

ดูแลเรื่องผิวหนัง โดยการทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ ถ้าอากาศหนาวมาก ไม่อาบน้ำนาน ๆ ในที่ที่หนาวมาก หลังอาบน้ำควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิว ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ควรทาด้วยลิปสติกมันและไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อย ๆ

 

นอกจากการดูแลร่างกายแล้ว เรื่องอาหารการกินก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายพร้อมรับมือกับหน้าหนาวได้เช่นกัน

1. มะเขือเทศ ช่วยให้ห่างไกลจากโรคหัวใจ แถมผิวพรรณสดใสอ่อนเยาว์อีกด้วย

2. กระเทียมสด ลดความดันโลหิตสูง ป้องกันเลือดจับตัวเป็ยก้อน

3. หอมหัวใหญ่ ป้องกันโรคภูมิแพ้อาการหอบหืด และอาการแพ้ต่างๆได้ดี

4. จมูกข้าวสาลี  ถ้าเราเติมจมูกข้าวสาลีลงในโยเกิร์ตหรือธัญพืชกรอบ แล้วรับประทานเป็นมื้อเช้าเป็นประจำ ผิวหน้าก็จะสดใสไร้สิว

5. มันเทศ ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

6. ถั่วดำ มีสารต้านโลหิตจาง มีวิตามินบี โปรตีนหลายชนิด

7. บรอคโคลี่ ในดอกตูมของบรอคโคลี่ มีสารป้องกันมะเร็งมากกว่าต้นแก่ 30-50 เท่า

8. สตอเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่ดีที่สุด ในการต้านอนุมูลอิสระ ให้พลังงานต่ำ วิตามินสูง

9. โยเกิร์ต ช่วยลดการติดเชื้อในช่องคลอด ลอการอ่อนเพลีย ทำให้ร่างกายสดชื่นแจ่มใส

10. ถั่วเหลือง ต้านการเกิดมะเร็งเต้านม ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งมดลูก

 

นอกจากนี้ สมุนไพรไทยก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพื่อเสริมธาตุให้เหมาะสม ตามหลักทฤษฏีการแพทย์แผนไทยกล่าวไว้ว่า ร่างกายของคนเรามีธาตุเป็นองค์ประกอบด้วยกันทั้งหมด 8 ธาตุ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ และอาการเจ็บป่วยของคนเรา มักจะขึ้นอยู่กับการเสียสมดุลของธาตุนั้น ๆ ส่วนใหญ่การเจ็บป่วยใน ฤดูหนาว มักจะเกี่ยวกับธาตุน้ำในร่างกายที่เกิดการเสียสมดุลร่างกายจะเกิดอาการที่พบบ่อย คือ อาการเจ็บคอ แสบคอ มีเสมหะ อาการดังกล่าวเกิดจากกลุ่มอาการของโรคระบบทางเดินหายใจ คนไทยเราจึงมีวิธีการดูแลสุขภาพในหน้าหนาวด้วยการปรับใช้โดยการนำเอาสมุนไพรเพื่อป้องการการแก้หนาวเพราะเป็นสมุนไพรที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด หรือบางบ้านก็มีปลูกไว้ในบ้านของตนเอง การปรับสมดุลของธาตุน้ำ มีดังต่อไปนี้

 

1. พริก (chilli) พริกมีสารแคพไซซิน (capsaicin) จะทำให้ช่วยในการไหลเวียนของเลือดในร่างกายของเรา และช่วยในการที่จะทำให้เกิดความเย็นบริเวณปลายนิ้วมือ และ นิ้วเท้าลดลง

 

2. กระเทียม (gralic) จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด โดยเฉพาะบริเวณผิวหนัง สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทาน หรือ ทานสด ๆ ได้ทันที

 

3. ขิง (singer) ซึ่งมีสารจิงเกอรอล (gingerol) ซึ่งจะช่วยลดโคเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในร่างกาย และช่วยทำให้หลอดเลือดไม่แข็งตัว หรือจับเป็นลิ่มเลือดได้ง่าย

 

4. ข่า (galangal) จะมีประโยชน์ในการบำรุงธาตุไฟ และช่วยย่อยอาหารแถมยังช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ช่วยลดเสมหะ บำรุงร่างกายและยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด เป็นสมุนไพรต้านมะเร็งอีกด้วย

 

5. กระชาย (finger root) เป็นพืชที่มีรสร้อน ซึ่งมีวิตามินเอ บี12 และยังมีแคลเซียม ช่วยระบบการย่อยอาหาร และจุก เสียดในกระเพาะอาหารอีกด้วย

 

6. กระเพรา (basil) ใบสดมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งประกอบด้วย linalool methyl chavicol  สรรพคุณ เป็นยาขับลม ช่วยลดอาการจุกเสียด ยิ่งถ้านำใบสดมาคั้นให้เป็นน้ำช่วยในการขับเสมหะ ขับเหงื่อ แต่ถ้าหากมีแผลหรือเป็นโรคผิวหนัง นำน้ำกระเพราที่คั้นแล้วมาทาบริเวณผิวหนังซึ่งจะช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้ในบางชนิด นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันยุงได้นาน 2 ชั่วโมง

 

7. โหระพา (sweet basil) เลือกใช้แต่ใบคั้นเอาน้ำประมาณ 1 ถ้วย มาผสมกับน้ำผึ้ง จิบแก้ไอ จะช่วยลดอาการหลอดลมอักเสบ และยังสามารถช่วยในการขับเหงื่อได้ดีอีกด้วย

 

8. สะเดา (neem) มีคุณค่าทางอาหารได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรตแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เส้นใย เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามิบี1และ2วิตามินซี และไนอาซีน ประโยชน์ของสะเดา มีสรรพคุณบำรุงธาตุไฟ สร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย และแก้ไข ช่วยให้ถ่ายอุจจาระละเอียด ขับถ่ายคล่อง และช่วยให้นอนหลับสบาย ส่วนใหญ่จะนิยมนำดอกและใบนำมารับประทาน

 

ประโยชน์ทั้งหลายของพืชและสมุนไพรที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะ ฤดูหนาว เพียงเท่านั้นทุกคนสามารถนำมาปรุงอาหารได้แทบทุกฤดู และอีกอย่างที่ทุกคนควรสนใจและใส่ใจที่จะทำร่วมไปด้วยคือการได้ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพจะได้แข็งแรงอีกด้วย

 

เรียบเรียงข้อมูลจาก เว็บไซต์สุขภาพไทย.com, โรงพยาบาลวิภาวดี,กรมประชาสัมพันธ์,แนวหน้า

 

Facebook Comments
Top