Menu

บทความยอดฮิต

Connect With Us

วิธีง่ายๆ เลือก Power bank ให้เหมาะกับมือถือของคุณ

Shares

            สมัยนี้มือถือกลายเป็นเครื่องใช้ที่มีความสำคัญในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว จะไปไหนมาไหนเจ๊ไม่เคยมือถือเลย แต่ใช้ไปใช้มาแบตเตอร์รี่ก็โชว์เตือนเปลี่ยนเป็นสีแดง พร้อมขึ้นเตือน “ Low Battery” ชีวิตเจ๊เหมือนพังทลายลง แต่โชคดีที่สมัยนี้ยังมีการผลิตเจ้า “Power Bank” หรือ แบตสำรองขึ้นมา ก็ต่อลมหายใจเจ้ามือถือเพื่อนยากของเจ๊ไปได้อีก

 

            แต่เจ้า Power Bank นี้มันมีหลากหลายแบบ หลากหลายขนาด แล้วแบบไหนนะที่จะเหมาะกับโทรศัพท์คู่ใจของเรา วันนี้เจ๊มีคำแนะนำมาฝากทุกๆคนจ่ะ

 

วิธีการเลือกซื้อ Power Bank

 

            ชนิดแบตเตอรี่ ที่มักนิยมนำมาใช้กับเจ้า Power Bank มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด อันได้แก่ ลิเธียมไอออน (Lithium Ion) และลิเธียมโพลิเมอร์ (Lithium Polymer) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วลิเธียมโพลิเมอร์มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าและราคาที่สูงกว่า อันนี้ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของทุกคนเลยจ่ะ

 

            สิ่งต่อมาที่เจ๊เห็นว่าทุกคนก็ยังงงกันอยู่ว่าเราจะเลือกกันยังดีก็คือ ความจุของ Power Bank ซึ่งโดยทั่วไปจะมีตั้งแต่ 2,000 – 30,000 มิลลิแอมป์ (mAh) ซึ่งความจุสูงก็สามารถบรรจุ เก็บได้มากขึ้นเช่นกัน ซึ่งในการเลือกควรคำนึงถึงอุปกรณ์มืถือของเราที่ต้องการจะทำการชาร์จ เพราะในแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ มีขนาดแบตเตอรี่ที่แตแกต่างกัน เช่น iPhone 5 มีขนาดแบต 1,440 mAh, Samsung Galaxy S4 มีความจุแบต 2,400 mAh และ iPad 9.7″ ราวๆ 12,000 mAh เป็นต้น ซึ่งเราสามารถตรวจสอบขนาดแบตของมือถือในแต่ละรุ่น

3

 

            สำหรับความเร็วในการชาร์จไฟในการเลือกเราจะเห็นคำศัพท์แปลกๆเหล่านี้ ในฉลากข้างกล่อง ที่จะบ่งบอกความเร็วในการชาร์ตไฟเข้าเจ้า Power Bank และการชาร์ตจาก Power bank สู่มือถือ ดังนี้

 

Input :  DC 5V – 2.1 A (max) หมายความว่า ตอนชาร์ตไฟบ้านเข้าตัวPower Bank กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าไปเก็บสูงสุดต่อหน่วยเวลา คือ 2.1 แอมป์(ถือว่าเป็นปริมาณที่เร็วมากและปลอดภัยสำหรับPower Bank

DC 5V –1.0 A (max) ก็แสดงว่า ชาร์ตไฟบ้านเข้าตัวPower Bank นานมาก ยิ่งความจุ 10,000 มิลลิแอมป์ อาจนานถึง 15 ชั่วโมงเลยทีเดียว

 

ตัวอย่างเช่น ถ้าแบตสำรองมีความจุ 20,000 mAh และมีค่า Input เท่ากับ 1.0 Ah เราต้องใช้เวลาการชาร์จไฟถึง 20 ชั่วโมง Power Bank ถึงจะเก็บไฟได้เต็มความจุ แต่ถ้าเลือก Power Bank ที่มีค่า Input 2.0 Ah ก็จะใช้เวลาชาร์จไฟเพียง 10 ชั่วโมงเท่านั้น
Output : DC 5V – 2.1 A หมายความว่า ตอนชาร์ตมือถือ/แทบเล็ต เข้ากับตัวPower Bank กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสูงสุดต่อหน่วยเวลา คือ 2.1 แอมป์  ซึ่งปกติในท้องตลาดจะมี1.0 A กับ2.1 A

 

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราใช้ iPad Mini ที่มีความจุแบตเตอรี 4,490 mAh และแบตเตอรีสำรองของเรามีค่า Output เท่ากับ 1.0 Ah เราต้องเสียเวลาชาร์จไฟเท่ากับ 4.490 ชั่วโมง (4 ชั่วโมงครึ่ง) แต่ถ้าแบตสำรองเรามีค่า Output 2.1 Ah ก็จะใช้เวลาชาร์จไฟเพียง 2 ชั่วโมง เป็นต้น

 

            ความเร็วในการคายประจุ หรือ การสลายตัวของประจุนั้นเป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงในการเลือกซื้อ Power bank เนื่องจากเป็นตัวที่ชี้ว่าถ้าเราทิ้งแบตสำรองไว้เฉยๆ ความจุแบตจะค่อยๆลดลงไปเอง ทำให้ไม่สามารถชาร์จอุปกรณ์พกพาของเราได้อย่างเต็มที่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการแสดงค่าการสลายตัวของประจุไฟบนแบตเตอรีสำรองทั้งหลาย ทำให้ตรวจสอบได้ยากมาก แต่มีข้อสังเกตุว่าหากซื้อ Power bank ที่มีราคาถูกมากๆ เรามักได้รับเครื่องที่มีประสิทธิภาพไม่สูง ชิ้นส่วนต่างๆมักมีมาตรฐานต่ำ และพบว่ามีค่าการคายประจำสูงอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อแบตสำรองที่มีราคาถูกจนผิดสังเกตุ

 

1

 

            และปัจจัยสำคัญที่เป็นหลักในการเลือกของหลายคนอาจจะเป็นราคา อันนี้เจ๊แนะนำให้ลองเปรียบเทียบคุณสมบัติของ Power Bank ในแต่ละตัว ซึ่งราคาก็มีให้เราเลือกตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพันตามแต่คุณภาพ

 

            สำหรับอันนี้เจ๊แนะนำให้ซื้อตามที่เหมาะกับรุ่นมือถือของเรา และกำลังทรัพย์ของบรรจุอยู่ในกระเป๋าของเราแล้วกันนะจ๊ะ และอย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของ Power bank กันด้วยนะจ๊ะ

 

 ทีมา

http://www.thaimobilecenter.com/

http://www.arip.co.th/

 

Facebook Comments
Top