Menu

บทความยอดฮิต

Connect With Us

8 สิ่งเกี่ยวกับการทำงานที่เราควรรู้ตอนอายุ 22

Shares

เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นการรวบรวมเอาสิ่งที่บัณฑิตเพิ่งจบใหม่ควรจะรู้ แล้วจะบอกว่า…เออมันเป็นเรื่องจริงอ่ะ 

บทความนี้เป็นของ Alexandra Levit จาก The Fast Track ที่ผมไปเจอมา Alexandra เป็นผู้เขียนหนังสือ “They Don’t Teach Corporate in College” หรือชื่อไทยว่า “พวกเค้าไม่สอนเรื่องการทำงานในมหาวิทยาลัย” และเค้าก็ได้เรียนรู้อย่างมากในโลกการทำงาน

 ทำงาน,นอยด์,ปรับอารมณ์,work,inspiration,2014,my happy office,mho,วิตกกังวล

1. No one cares as much about your career as you : ไม่มีใครสนใจการพัฒนาตัวคุณมากกว่าตัวคุณเอง
ในขณะที่บริษัทหรือหัวหน้าของคุณอาจจะชอบและสนใจความสามารถของคุณอย่างมาก, แต่น้อยคนนักจะทุ่มเทพลังและเวลาในการพัฒนาตัวคุณเพราะไม่มีใครได้รับประโยชน์จากตรงนี้, เพราะฉะนั้นอย่าอยู่นิ่งเฉย, ทุ่มเท
เรียนรู้ให้มากที่สุดจากโอกาสและประสบการณ์ที่ได้รับ, และกระตุ้นตัวเองตลอดเวลาในการทำให้ความสามารถของคุณสดใหม่เสมอ (แต่ข้อนี้ผมว่าก็ขึ้นกับโอกาสด้วยแหละครับ, เพราะหัวหน้าของผมก็สอนผมตลอดเวลา)

2. Careers are peaks and valleys : เส้นทางการทำงานนั้นมีทั้งขึ้นและลง
ถึงแม้ว่าคุณจะยึดอยู่กับ Career Path เดียว (หมายถึง ถ้าทำงานสายไหน ก็อยู่สายนั้นยาวๆไปเลย), มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “การไต่ไปยังจุดสูงสุดแล้วนั่งนิ่งอยู่บนนั้น”, ชีวิตการทำงานนั้นมีขึ้นมีลงตลอดเวลา และเส้นทางการทำงานนั้นมันยาวมาก, ดังนั้นเราจึงต้องหาทางให้ได้ว่าทำยังไงถึงจะได้ทำงานในสายที่วางแผนไว้เพื่อที่จะเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ คอนเนคชั่น และคุณค่าให้กับตัวเอง, การล้มเหลว หรือพลาดนานๆครั้งเป็นเรื่องปรกติ แต่เราต้องฟื้นตัวเองให้ได้ และยิ่งเร็วยิ่งดี

3. Plan now for what you want later : วางแผนให้กับสิ่งที่คุณต้องการในการเลือกเส้นทางการทำงานนั้น มันสำคัญที่เราต้องคิดว่าเราต้องการอะไรกับชีวิตให้อีกหลายปีข้างหน้า, เช่น หากคุณเป็นนักเรียนกฎหมาย อายุ 25 แต่คุณอยากเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดี มันคงไม่ใช่ไอเดียที่ดีนักที่จะไปเป็น ผู้ช่วยผู้บริหารในบริษัทใหญ่ๆ เพราะคุณจะไม่มีเวลาแน่ๆ, อาชีพที่ยืดหยุ่นไม่ได้ถูกสร้างได้ภายในข้ามคืน, เราจะต้องวางแผนการทำงานให้ดี

4. Don’t be your own slave-driver : อย่าใช้งานตัวเองหนัก
การทำงาน 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ตั้งแต่เริ่มทำงานแรกๆอาจจะดูมีประสิทธิภาพและได้อะไรเยอะดี, แต่ไม่นานนักคุณจะเริ่มหมดไฟ และนั่นไม่ใช่ช่่วงเวลาที่ดีนัก, แทนที่จะเต็มที่กับทุกๆอย่างกับทุกๆคน ให้เราโฟกัสไปที่สิ่งที่สำคัญจริงๆพอ ทุ่มกับมันอย่างเต็มที่แต่อย่าหักโหม ให้คนอื่นช่วยเราบ้างก็ได้ (ซึ่งเป็นเรื่องจริงนะครับ, ผมและเพื่อนรอบตัวตอนจบใหม่ๆนี่ไฟแรงกันมาก อยากทำทุกอย่างมันบนโลกใบนี้, แต่ในความเป็นจริงมันมีอะไรให้ทำเยอะและใหญ่มาก จนเราทำมันได้ไม่หมดหรอก, เลือกหน่อยก็ดี และให้เวลาตัวเองพักบ้าง)

 ทำงาน,นอยด์,ปรับอารมณ์,work,inspiration,2014,my happy office,mho,วิตกกังวล

5. You won’t be everyone best friend : คุณเป็นเพื่อนสนิทกับทุกคนไม่ได้หรอก
ไม่ว่าเราจะทำตัวดีและน่าคบแค่ไหน, สุดท้ายมันก็ต้องมีบ้างที่บางคนไม่ชอบเรา, บางคนอาจจะถึงขึ้นป่าวประกาศ ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่เจ็บมาก, แต่เรื่องการไม่ถูกกับบางคนเป็นเรื่องปรกติในชีวิตการทำงาน, อย่าให้มันมีผลต่อตัวเราและความมั่นในตัวเอง, แก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น และใช้ชีวิตกับคนที่เห็นคุณสำคัญและรักคุณ

6. Nothing shows what you’re made of better than a crisis : ไม่มีโอกาสไหนโชว์ความสามารถของคุณได้มากกว่าตอนเกิดปัญหา
เราส่วนใหญ่ใช้ชีวิตหลีกเลี่ยงปัญหา, แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีโอกาสไหนที่จะโชว์ฝีมือ เติบโต และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มากกว่าตอบเจอปัญหาอีกแล้ว, คราวหน้าหากเกิดปัญหาขึ้น ให้ลองดูทัศนคติของตัวเองดีๆ, ในขณะที่คนอื่นกำลังโหวกเหวกโวยวาย ให้เราอยู่นิ่งๆและหาทางแก้ปัญหาดีกว่า, แล้วทุกคนจะจำความนิ่งสงบของคุณได้

ทำงาน,นอยด์,ปรับอารมณ์,work,inspiration,2014,my happy office,mho,วิตกกังวล

7. You can learn from any job : เราสามารถเรียนรู้จากงานไหนก็ได้ทั้งนั้น
มันมีงานน้อยมากที่ไม่ได้ให้คุณค่าหรือความรู้แก่เรา, แม้แต่งานแคชเชียร์ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตยังสอนให้เรารู้จัก การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า การบริหารเวลา การทำงานหลายๆอย่างพร้อมๆกัน และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า, แทนที่จะบ่นว่างานอะไรก็ไม่รู้ ไม่เหมาะสมกับเราเลย, ให้เรามองว่าเราจะได้อะไรจากงานของเราบ้างดีกว่า

8. Know when to collaborate and when to go solo : รู้ว่าตอนไหนควรทำงานเป็นทีม ตอนไหนควรลุยเดี่ยว
เราทุกคนล้วนให้ความสำคัญกับคำว่า Teamwork ในวัฒนธรรมการทำงานของพวกเรา, และมันดูเหมือนจะแทรกอยู่ในทุกๆส่วนของโลกธุรกิจ, แต่ยังไงก็ตาม เราควรจะรู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะต้องรวมพลังกับทุกคนในทีมเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด และเมื่อไหร่เราควรจะลุยเดี่ยวเพื่อความรวดเร็วและความเหมาะสมของงาน, ไม่ใช่ทุกงานจำเป็นต้องมีทุกคนในนั้น, บางงานทำคนเดียวอาจจะดีกว่าและเสร็จเร็วกว่าด้วยซ้ำ (เป็นเรื่องจริงเหมือนกันนะครับ, ตั้งแต่ตอนเรียนยันตอนทำงานเรามักจะโดนสอนว่า คุณต้องทำงานเป็นทีมได้ จนเราอาจจะเข้าใจไปว่า การทำงานเป็นทีมสำคัญที่สุด, แต่จริงๆแล้วการลุยเดี่ยวเป็นก็สำคัญไม่แพ้กัน)

 ทำงาน,นอยด์,ปรับอารมณ์,work,inspiration,2014,my happy office,mho,วิตกกังวล

แต่สุดท้ายนี้ อย่าลืมนะว่านี่ก็เป็นแนวทางหนึ่งเท่านั้น, บางทีชีวิตการทำงานของเราก็มีปัจจัยอื่นๆมากมาย, ทั้ง 8 ข้อของ Alexandra นี้อาจจะไม่เหมาะกับสถานการณ์ของเราก็ได้, สำคัญคือเราจับหลักของมันอะไรได้บ้าง แล้วจะเอามาปรับใช้กับตัวเรายังไง

ลองสรุปออกมาเป็นแนวทางของตัวเอง แล้วเอามาพิชิตการทำงานของเรากันนะจ๊ะ

Cr : พันธิตร 

 

 

Facebook Comments
Top